คนไทยตื่น!! ลูกไฟประหลาด พุ่งตกจากฟ้าเต็มๆ ตา (มีคลิป)
ก็ไม่รู้ว่าเอาเข้าจริงๆ แล้ว ปรากฏการณ์นี้จะเป็นเพียงเรื่องราวตามธรรมชาติทัวไป หรือ สัญญาณใดๆ จากดวงดาว แต่มันก็ได้เกิดขึ้นแล้ว และยังติดตาใครหลายคนอยู่เลย!
จำได้หรือไม่ และทำอะไรกันอยู่ตอนนั้น ของวันนี้เมื่อ 2 ปีก่อน ที่จู่ๆ คนไทยหลายพื้นที่ได้เห็นภาพที่เหมือนมาจากฮอลลีวู้ด
คือดวงไฟขนาดใหญ่พุ่งวาบผ่านท้องฟ้าของประเทศไทย สร้างความตื่นตะลึงงันให้กับผู้คนที่พบเห็นเป็นอันมาก
ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 20.45 น.ของวันที่ 2 พฤศจิกายน 2558 เมื่อมีผู้มองเห็นลูกไฟดวงใหญ่วิ่งเป็นเส้นสีเขียว ฟ้า และแดง ตกลงมาแล้วไปทางทิศตะวันตก โดยมีข้อมูลว่า ลูกไฟดังกล่าว มีผู้พบเห็นมากมยา ทั้งในพื้นที่ นครราชสีมา ปทุมธานี สระแก้ว นนทบุรี กทม นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ สิงห์บุรี ชัยนาท อ่างทอง และ เลย
เบื้องต้น ผู้เชี่ยวชาญของ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) ระบุว่า ลูกไฟสีเขียวสว่างวาบพุ่งตกจากฟ้า คาดเป็นสะเก็ดดาวหาง แตกตัวในชั้นบรรยากาศโลก มนุษย์สามารถมองเห็นได้
แน่นอนเรื่องนี้ เกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง โดยมีประชาชนแจ้งว่าพบเห็นมีลักษณะแสงสีฟ้า บ้างก็เห็นเป็นแสงสีเขียว
ขณะที่ยังมีการแจ้งเบาะแสการพบเห็นในแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะสื่อสังคมออนไลน์ ไม่ว่าเฟซบุค ทวิตเตอร์ ที่พากันฌพสต์คลิปลำแสงนั้นกันทั่วไป
อย่างไรก็ดี ต่อมา รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม ผอ.สถาบัน วิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กล่าวถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า จากคลิปภาพลักษณะเป็นเศษดาวตก และเป็นลูกไฟขนาดใหญ่ มีการระเบิด 1 ครั้ง และตกลงมาอีก คาดว่าจะเป็น อุกกาบาตตก ลักษณะเดียวกันกับที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้
สำหรับการมองจากเห็นยังคาดการณ์ไม่ได้แน่ชัดว่าตกที่ไหน ส่วนที่ว่าจะมีขนาดใหญกว่าที่เคยเห็นล่าสุดนั้นยังไม่สามารถบอกได้ สำหรับอุกกาบาตหากตกถึงพื้นโลกแล้วเป็นก้อนใหญ่ ก็อาจส่งผลให้เกิดอันตรายต่อคนได้ แต่ลักษณะนี้ยังไม่มีผลกระทบแต่อย่างใด ส่วนที่ว่าเมื่อตกถึงพื้นโลกแล้วก็จะเป็นเพียงหินคาร์บอน เหล็ก และนิกเกิล ไม่พบรังสีหรือมีอันตรายแต่อย่างใด ถือเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ
ด้าน รศ.ดร.สมเจตน์ ทิณพงษ์ ประธานกรรมการนวัตกรรมแห่งชาติ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) ให้ความเห็นว่า น่าจะเป็น “อุกกาบาต” เช่นเดีนวกันกับเหตุการณ์ช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา ทั้งนี้จากปรากฏการณ์ดังกล่าวไม่ได้เป็นลักษณะพิเศษแต่อย่างใด เพียงแต่การหักเหแสงมากกว่าธรรมดา จึงทำให้คนมองเห็นเป็นจำนวนมาก ปกติมีอุกกบาตตกเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว
แต่ระยะหลังมีหลายประเทศที่พบเห็น และบันทึกได้จากกล้องวีดี กล้องถ่ายรูป ล่าสุดที่ อินโดนิเซีย โปแลนด์ ประเทศทางยุโรป อย่างไรก็ตามอุกกาบาตที่ตกลงมาล่าสุดนี้ คาดว่าจะมีลักษณะใหญ่กว่าที่หล่นมาเมื่อช่วงเดือนกันยายน ซึ่งทั้งสองก้อนน่าจะถูกเผาไหม้กลางอากาศไปจนหมดแล้ว
นอกจากนี้ ตามความเชื่อทางโหราศาสตร์ เมื่อเกิดปรากฏการณ์นี้ แน่นอนที่บรรดาโหราจารย์ทั้งหลายจะออกมาทำนายทายทัก อย่างตอนนั้น นายภิญโญ พงศ์เจริญ นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ กล่าวว่า ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในทางโหราศาสตร์ ถือว่าไม่ดี มักเกิดขึ้นช่วงบ้านเมืองผกผันหรือมีปัญหา
แต่ถ้ามองอีกมุมถือว่าเป็นการเตือนของเหล่าเทพเทวดาฟ้าดิน เป็นนิมิตหมายในการบอกเหตุให้มนุษย์ดำเนินชีวิตและกิจกรรมรวมถึงหน้าที่การงานไปในทางที่ถูกต้องเหมาะสม อย่างไรก็ตาม ถ้าจะให้แน่คงต้องพิจารณาถึงชนิดด้วย โดยมีทั้งหมด 4 บาต ได้แก่ 1.อัสนีบาต 2.กลาบาต 3.คาหกาบาต และ 4.อุกกาบาต และอีก 2 ธุม ประกอบด้วย 1.ธุมเกตุ 2.ธุมเพลิง
และยังบอกอีกว่า แม้สิ่งที่เกิดขึ้นจะเป็นเรื่องทางวิทยาศาสตร์ แต่ดวงดาวหรือปรากฏการณ์เหล่านี้ ในทางการเมืองเปรียบเสมือนเป็นการเตือนผู้บริหารประเทศให้ทำหน้าที่ด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม ทุกการกระทำต้องสุจริตมีคุณธรรมและจริยธรรม เพื่อให้เดินหน้าต่อไปได้อย่างไม่ติดขัด เพราะคนบางคนมนุษย์ด้วยกันเอง เตือนไม่ฟัง ดังนั้นเทวดาฟ้าดินจึงต้องมาเตือนแทนด้วยเอ็นดู เพื่อให้มีความสุขุมรอบคอบจะได้นำพาบ้านเมืองไปในแนวทางที่ถูกต้อง ที่สำคัญปรากฏการณ์เหล่านี้หากเกิดในตอนค่ำ จะถือว่าเป็นการเตือนภัยที่กินเวลานาน แต่ถ้าเกิดตอนดึก ระดับภัยที่จะเกิดขึ้นจะอยู่ในขั้นปานกลางเท่านั้น (https://www.dailynews.co.th/regional/358416)
ก็ไม่รู้ว่าเอาเข้าจริงๆ แล้ว ปรากฏการณ์นี้จะเป็นเพียงเรื่องราวตามธรรมชาติปกติทั่วไป หรือ สัญญาณใดๆ จากดวงดาว แต่ที่แน่ๆ เรื่องนี้ก็ได้สร้างสีสันให้กับหน้าข่าวสารบ้านเมืองไทย และกลายเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ของสังคมเราอยู่ช่วงหนึ่งทีเดียว!
ชมคลิปที่ https://www.youtube.com/watch?v=Ls1cfDPDGDI
//////////////////////////
ขอบคุณคลิปข่าวจากผู้ใช้เว็บไซต์ยูทูป Saran Pol



