วันนี้ในอดีต

วันนี้ในอดีต คุกตลอดชีวิตจำเลยอุ้มฆ่า'เอกยุทธ อัญชันบุตร'

วันนี้ในอดีต คุกตลอดชีวิตจำเลยอุ้มฆ่า'เอกยุทธ อัญชันบุตร'

30 มิ.ย. 2560

วันนี้ในอดีต 30 มิ.ย. 2559 ศาลอุทธรณ์จำคุกตลอดชีวิต  จำเลยอุ้มฆ่า‘เอกยุทธ อัญชันบุตร’ นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์พันล้าน  พยานแวดล้อมมัด

        วันนี้ในอดีต 30 มิ.ย. 2559 ศาลอุทธรณ์อ่านคำพิพากษาคดีฆ่านายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจการเงินและอสังหาริมทรัพย์พันล้าน   ที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายสันติภาพ หรือบอล เพ็งด้วง อายุ 25 ปี , นายสุทธิพงศ์ หรือ เบิ้ม พิมพิสาร อายุ 30 ปี , นายชวลิต หรือเชาว์ วุ่นชุม อายุ 25 ปี , นายทิวากร หรือทิว เกื้อทอง อายุ 20 ปี , จ.ส.อ. อิทธิพล เพ็งด้วง อายุ 53 ปี และนาง จิตอำไพ เพ็งด้วง อายุ 50 ปี บิดา - มารดาของนายสันติภาพ ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-6 ในความผิดฐาน ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ,ใช้กำลังประทุษร้ายทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายและข่มขืนใจผู้อื่นให้จำยอมกระทำการใดฯ , หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพฯ , ร่วมกันปล้นทรัพย์ , รับของโจร ,ร่วมกันซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายเพื่อปิดบังสาเหตุการตาย และ พาอาวุธไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควรฯ รวมความผิด 8 ข้อหา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 199 ,289 , 309 , 310 , 340 , 357 , 371 และพ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ.2490

         โดยอัยการโจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 4 ก.ย. 56 ระบุความผิดสรุปว่า ระหว่างวันที่ 6 - 9 มิ.ย.56  จำเลยที่ 1-2 ร่วมกันมีอาวุธปืนพกออโต้เมติก ขนาด .380 (9 ม.ม. KURZ) ทะเบียน กท.5203330 พร้อมเครื่องกระสุนและอาวุธมีด แล้วปล้นเอาทรัพย์สินของ นายเอกยุทธ อัญชันบุตร อายุ 59 ปี นักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง รวม 9 รายการ มูลค่า 6.6 ล้านบาท โดยใช้อาวุธทำร้าย และหน่วงเหนี่ยวกักขังบังคับให้นายเอกยุทธ ออกเช็คเบิกถอนเงิน แล้วใช้เชือกรัดคอจน นายเอกยุทธ ถึงแก่ความตาย ก่อนนำศพไปไว้ในรถยนต์ตู้ ทะเบียน ฮพ 9304 ขับไปฝังไว้ในไร่นาสวนผสมทิ้งร้าง อ.เมือง จ.พัทลุง เพื่อปกปิดความผิด โดยมีจำเลยที่ 3-4 ช่วยขุดหลุมฝังศพ ส่วนจำเลยที่ 5-6 ซึ่งเป็นบิดา-มารดาของจำเลยที่ 1 เป็นผู้เก็บเงินสดของผู้ตาย จำนวน 4,242,000 บาทที่จำเลยที่ 1 นำไปฝากไว้  คดีนี้จำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้คดี

         ศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 30 ธ.ค.57 ให้ประหารชีวิต นายสันติภาพ หรือบอล และนายสุทธิพงศ์ หรือเบิ้ม จำเลยที่ 1-2 ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนฯ แต่คำให้การชั้นพิจารณาเป็นประโยชน์อยู่บ้างจึงลดโทษ เหลือจำคุกตลอดชีวิต และให้จำคุกจำเลยที่ 1-2 ด้วยในข้อหาร่วมกันชิงทรัพย์ คนละ 18 ปี และให้จำเลยที่ 1-2 ร่วมกันชดใช้เงิน จำนวน 1.9 ล้านบาท ให้กับทายาทของผู้เสียชีวิตด้วย

         ส่วนนายชวลิต หรือเชาว์ จำเลยที่ 3 มีความผิด ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ และร่วมกันซ่อนเร้นศพฯ ให้จำคุก 13 เดือน โดยให้รวมโทษ ที่รอการลงอาญาไว้ในคดีเดิมอีก 6 เดือนด้วย รวมจำคุก 19 เดือน

         สำหรับนายทิวากร หรือทิว จำเลยที่ 4 ให้จำคุก 8 เดือน ฐานร่วมกันซ่อนเร้นศพฯ จำคุก 8 เดือน

         ส่วน จ.ส.อ. อิทธิพล และ นางจิตอำไพ บิดา-มารดาของนายสันติภาพ จำเลยที่ 5-6 ให้ลงโทษฐานรับของโจร แต่จำเลยรับสารภาพ และช่วยติดตามนำเงินของมาคืนจำนวน 4.4 ล้านบาท จึงพิพากษาให้จำคุก 1 ปี 4 เดือน

        ต่อมา จ.ส.อ. อิทธิพล และ นางจิตอำไพ บิดา-มารดาของนายสันติภาพ จำเลยที่ 5-6  ได้ยื่นประกันตัวและศาลอนุญาตให้ประกันตัวระหว่างอุทธรณ์ .ส่วนนายชวลิต หรือเชาว์ และนายทิวากร หรือทิว จำเลยที่ 3-4 ไม่ได้ยื่นอุทธรณ์ คดีในส่วนของคนทั้งสองจึงสิ้นสุดแค่ศาลชั้นต้น  สำหรับนายสันติภาพหรือบอล และนายสุทธิพงศ์ หรือเบิ้ม จำเลยที่ 1-2 นั้น แม้ไม่ได้อุทธรณ์ แต่ศาลได้ส่งสำนวนให้ศาลอุทธรณ์พิจารณา ตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 245 ที่บัญญัติว่า ให้ส่งสำนวนคดีที่ลงโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิตไปยังศาลอุทธรณ์เมื่อคำพิพากษานั้นไม่มีการอุทธรณ์และยังไม่ถึงที่สุด

         ศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2559 ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้ว คดีมีประเด็นต้องวินิจฉัยว่า นายสันติภาพหรือบอล และนายสุทธิพงศ์ หรือเบิ้ม จำเลยที่ 1-2 มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนหรือไม่ ศาลเห็นว่า โจทก์มีพยานแวดล้อมที่สามารถเชื่อมโยงเหตุการณ์การอุ้มตัวนายเอกยุทธ จากบ้านพัก กระทั่งนายเอกยุทธ เสียชีวิต จึงไม่มีเหตุให้ระแวงสงสัยว่า พยานโจทก์จะปรักปรำให้จำเลยที่ 1-2 ต้องรับโทษ ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 1-2 ร่วมกันฆ่านายเอกยุทธ แม้จำเลยอ้างว่าไม่มีเจตนาฆ่าแต่ก็ร่วมกันปิดกั้นทางเดินหายใจของผู้ตาย ส่วนความผิดฐานฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนนั้น ต้องได้ความว่า จำเลยได้คิดไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่ทางนำสืบกลับได้ความว่าจำเลยที่ 1-2 ลงมือทำร้าย เนื่องจากนายเอกยุทธ วิ่งหนีลงประตูหลังจากรถตู้ จำเลยจึงลงมือฆ่า ดังนั้นการกระทำของจำเลย จึงเป็นการฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาเพื่อประโยชน์และปกปิดการกระทำเพื่อเลี่ยงให้พ้นคดีอาญา ศาลอุทธรณ์ จึงเห็นควรพิพากษาแก้ให้ปรับบทกฎหมาย ลงโทษจำเลยที่ 1-2 เป็นว่า กระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 199 , 289(7) , 310 วรรคแรก และ 339 วรรคสอง ส่วนโทษให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่จำคุกตลอดชีวิตจำเลยที่ 1-2

        สำหรับ จ.ส.อ. อิทธิพล และ นางจิตอำไพ บิดา-มารดาของนายสันติภาพ จำเลยที่ 5-6 นั้น ในชั้นสอบสวนจำเลยที่ 5 ให้การยอมรับว่า นายสันติภาพ จำเลยที่ 1ซึ่งเป็นบุตรชายได้นำเงิน 5 ล้านบาท มามอบให้ แล้วจำเลยที่ 5 และ 6 นำเงินแบ่งเป็น 2 ส่วนไปขุดหลุมฝังดินไว้ที่บ้านญาติ แต่ชั้นพิจารณาของศาลที่อ้างว่า เป็นเงินที่บุตรชายได้จากการเล่นพนันฟุตบอลนั้น หากเป็นเช่นชั้นจำเลยก็น่าจะให้การตั้งแต่แรก ข้ออ้างจึงไม่มีน้ำหนัก จึงเชื่อว่าจำเลยรู้อยู่แล้วว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินที่ได้มาจากการลักทรัพย์ จึงนำเงินไปซ่อนไว้ อุทธรณ์ของจำเลยที่ 5-6 ฟังไม่ขึ้น จึงพิพากษาว่ามีความผิดฐานรับของโจร ให้จำคุก 1 ปี 4 เดือนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

"}])