
วันนี้ในอดีต 7 มิ.ย.2559 จับ‘นาตารี อาบอบนวด’ ค้ากาม !!!
วันนี้ในอดีต 7 มิ.ย. 2559 เจ้าหน้าที่ได้เข้าบุกจับ ‘นาตารี อาบอบนวด ’ พบการกระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ นำหญิงต่างด้าวอายุต่ำกว่า 18 ปี เข้ามาแอบแฝงค้าประเวณี
วันนี้ในอดีต ย้อนไปเมื่อ 1 ปีที่แล้ว.. 7 มิ.ย.2559 เจ้าหน้าที่กรมการปกครองและเจ้าหน้าที่ทหาร กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร นำกำลังเข้าตรวจค้นการค้าประเวณี ภายใต้“ปฏิบัติการสังขร” ในสถานบริการ ‘นาตารี เอ็นเตอร์เทนเมนท์ อาบอบนวด’ ย่านรัชดาภิเษก หลังจากได้รับการร้องเรียนจากองค์กรพัฒนาเอกชนระหว่างประเทศ ด้านต่อต้านการค้ามนุษย์ “NVADER” และแจ้งเบาะแสว่า มีการค้ามนุษย์ภายในสถานบริการดังกล่าว มีการเปิดลักลอบให้หญิงต่างด้าวอายุต่ำกว่า 18 ปี เข้ามาแอบแฝงค้าประเวณี
ผลการเข้าตรวจสอบจากการล่อซื้อประเวณีหญิงบริการจำนวน 3 คน พบว่ามีการแอบแฝงค้าประเวณีจำนวน 121 คน เป็นต่างด้าวกว่า 90 % ส่วนใหญ่เป็นสัญชาติเมียนมาร์(ไทใหญ่)โดยมีหญิงอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 8 ราย และยังพบบัญชีส่วยที่มีการโอนเงินให้กับบุคคลต่างๆ รวมทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ
ต่อมาได้มีการดำเนินคดีกับนายพงษ์อนันหรือบอล คณะเขตต์ ผู้ดูแลสถานบริการ , นายสมประสงค์ สร้อยจิต กรรมการผู้จัดการ บริษัท พี.เอส.เอส. เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด , นายภานรินทร์ หาญพัฒนเจริญ , นายอะตาผะ แลแม , นายลาภชูลาภ เงินเต็มเปี่ยม และบริษัท พี.เอส.เอส. เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด ในความผิดตามกฎหมายหลายฉบับด้วยกัน คือ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 , พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 , ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 282,283 ทวิ, 287/1 พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522, พ.ร.บ.การทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2551 , พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ.2509 , พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 และ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 และส่งเรื่องให้อัยการยื่นฟ้องต่อศาล ว่าได้สมคบกันค้ามนุษย์โดยวางแผน แบ่งหน้าที่กันทำเพื่อเป็นธุระจัดหารับไว้ซึ่งเด็กหญิงอายุกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี ซึ่งเป็นชาวต่างด้าว 8 ราย เพื่อค้าประเวณีที่สถานอาบอบนวด‘ นาตารี’ โดย ‘นาตารี เอ็นเตอร์เทนเม้นท์’ที่เปิดขึ้นเป็นสถานอาบอบนวด และค้าประเวณี ซึ่งทุกคนให้การรับสารภาพว่ากระทำความผิดจริงตามฟ้อง
ศาลจึงพิพากษาลงโทษจำคุก นายพงษ์อนัน หรือบอล ผู้ดูแลสถานบริการ เป็นเวลา 11 ปี 24 เดือน และปรับ 15,000 บาท ,นายสมประสงค์ กก.ผจก. บริษัท พี.เอส.เอสฯ จำคุก 11 ปี 18 เดือน และปรับ 15,000 บาท ส่วนนายภานรินทร์ ,นายอะตาผะ ,นายลาภชูลาภ จำคุกคนละ 8 ปี 6 เดือน และปรับ บจก.พี.เอส.เอส.ฯ จำนวน655,000 บาท
ส่วนนายประเสริฐ สุขขี หรือ โกลัก เจ้าของสถานบริการอาบ อบ นวดนาตารี อยู่ระหว่างการหลบหนีคดีตามหมายจับในหลายข้อหา เช่น ร่วมกันค้ามนุษย์, ร่วมกันแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี โดยการค้าประเวณี, ร่วมกันเป็นผู้ดูแลสถานค้าประเวณี, ให้สถานที่พักพิงต่างด้าว, ร่วมกันตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต



