วันนี้ในอดีต

วันนี้ในอดีต  5 มิ.ย. 2524 ค้นพบ‘โรคเอดส์’ครั้งแรก

วันนี้ในอดีต  5 มิ.ย. 2524 ค้นพบ‘โรคเอดส์’ครั้งแรก

05 มิ.ย. 2560

วันนี้ในอดีต 5 มิ.ย. 2524  ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อของสหรัฐฯ ได้ค้นพบ “โรคเอดส์” ครั้งแรกของโลก

         วันนี้ในอดีตย้อนไปเมื่อ 36 ปีที่แล้ว  5 มิ.ย.2524 ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ (Centers for Disease Control and Prevention) ของสหรัฐอเมริกา ได้รายงานการค้นพบ “โรคเอดส์”อย่างเป็นทางการครั้งแรกของโลก 

          โดยในรายงานระบุว่า พบคนไข้เป็นชายรักร่วมเพศจำนวน 5 คนที่เมืองลอสแองเจลลิส แคลิฟอร์เนีย ป่วยเป็นปอดบวมจากเชื้อ “นิวโมซีสตีส แครินิอาย” (Pneumocystis Carinii) ทั้งที่เป็นคนแข็งแรงมากมาก่อน และไม่เคยใช้ยากดภูมิต้านทานใด ๆ

           และผลการตรวจทางห้องปฎิบัติการ พบว่าเซลล์ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับภูมิต้านทานไม่สามารถทำหน้าที่ได้ตามปกติ ทั้งนี้เพราะโรคเอดส์เป็นกลุ่มอาการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นเพราะร่างกายได้รับเชื้อไวรัสเอดส์หรือเอชไอวี(HIV : Human Immunodeficiency Virus)ซึ่งมีหลากหลายสายพันธุ์และจะเข้าไปทำลายเม็ดเลือดขาว ที่เป็นแหล่งสร้างภูมิคุ้มกันโรค ทำให้ภูมิคุ้มกันโรคลดน้อยลง เชื้อโรคจึงฉวยโอกาสแทรกซ้อนเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้นและในที่สุดผู้ป่วยเหล่านี้ก็เสียชีวิตเพราะระบบภูมิคุ้มกันโรคบกพร่อง จึงเรียกโรคที่พบใหม่นี้ว่า‘โรคภูมิต้านทานบกพร่อง หรือ “โรคเอดส์’

             จากการศึกษาย้อนหลัง พบว่าโรคเอดส์มีต้นกำเนิดมาจากประเทศแถบแอฟริกาตะวันตกในปี 2503 และน่าจะมีต้นตอมาจากลิงในทวีปแอฟริกา เพราะชาวแอฟริกาในบางท้องถิ่นนิยมรับประทานเนื้อลิง ต่อมาจึงมีการติดเชื้อไวรัสจากลิงมาสู่คน และมีการวิวัฒนาการจนกลายเป็นสายพันธุ์ที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ และต่อมาได้แพร่ไปยังเกาะเฮติ ทวีปอเมริกา ยุโรปและเอเชีย 

             สำหรับผู้ป่วยเอดส์รายแรกในประเทศไทยนั้นเป็นชายอายุ 28 ปี เดินทางไปศึกษาต่อที่อเมริกาและมีพฤติกรรมรักร่วมเพศ เริ่มมีอาการในปี 2526 ได้รับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในอเมริกา จากนั้นจึงกลับมารักษาตัวที่ประเทศไทยในปี 2527 และเสียชีวิตในเวลาต่อมา 

          สำหรับประเทศไทย กรมควบคุมโรค ได้เคยรายงานสถานการณ์ผู้ติดเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์ ปี 2559 พบผู้ป่วยสะสมประมาณ 430,000 คน ลดลงต่อเนื่องจากที่เคยพบกว่า 1,500,000 คน ในช่วงแรกๆ ของการแพร่ระบาด ซึ่งเป็นผลมาจากผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเข้าถึงยาต้านไวรัสเอชไอวี มากขึ้น อย่างไรก็ตามในทุกๆ ปียังพบผู้ป่วยรายใหม่เฉลี่ย 7,000 คนต่อปี ขณะที่อัตราเสียชีวิตอยู่ที่ 15,000 คนต่อปี  ส่วนทั่วโลกพบว่าในปี 2557 มีผู้ติดเชื้อเอชไอวีสะสมจำนวน 36 ล้าน 9 แสนคน

            ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการใดรักษาเอดส์ให้หายขาด มีเพียงแต่ยาที่ช่วยชะลอการพัฒนาโรคและลดอัตราการเสียชีวิตจากเอดส์ หากผู้ติดเชื้อรู้ตัวและได้รับการรักษาแต่แรกเริ่ม ก็อาจช่วยไม่ให้การติดเชื้อเอชไอวีลุกลามไปสู่ระยะที่เป็นเอดส์ได้

"}])