คอลัมนิสต์

เล่นใหญ่ "ฮุน เซน" พึ่งศาลโลกไม่เจรจา "ฮุน มาเนต" เร่งกู้ศรัทธา

เล่นใหญ่ "ฮุน เซน" พึ่งศาลโลกไม่เจรจา "ฮุน มาเนต" เร่งกู้ศรัทธา

05 มิ.ย. 2568

ไทยขยับช้ากว่ากัมพูชา "ฮุน เซน" เล่นใหญ่ไปศาลโลก ส่วนลูกชายอย่าง "ฮุนมาเนต" กู้ศรัทธาฝ่าวิกฤต ด้วยชาตินิยมและสงคราม

จอมเก๋า ฮุนเซน เล่นใหญ่ไปศาลโลก ฮุนมาเนต เรียกศรัทธาฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ ด้วยกลยุทธ์ชาตินิยมและสงคราม

 

ไทยขยับแล้ว แพทองธาร ไม่รับอำนาจศาลโลก ออกลูกแข็งแรง กู้ภาพลักษณ์ผู้นำอ่อนแอ ขู่ปิดด่าน หากเจรจาไม่บรรลุผล

 

เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาตินิยม สมเด็จฮุน เซน ผู้นำทางจิตวิญญาณและฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา  

 

วันที่ 5 มิ.ย.2568 รัฐบาลกัมพูชาออกแถลงการณ์กรณีการปะทะกันระหว่างทหารไทยและทหารกัมพูชาที่ช่องบก ด้วยการตัดสินใจส่งข้อพิพาทในพื้นที่อ่อนไหว 4 แห่งได้แก่ สามเหลี่ยมมรกต ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโต๊ด และปราสาทตาควาย ต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ณ กรุงเฮก

ทางฝ่ายกัมพูชา ยังแสดงท่าทีไม่ให้ความสำคัญกับการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยการกำหนดเขตแดนทางบก(JBC) วันที่ 14 มิ.ย.2568 ที่กรุงพนมเปญ

 

วันเดียวกัน แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ออกแถลงการณ์ว่าไทยไม่ยอมรับในเขตอำนาจของ ICJ มาตั้งแต่ปี 2503 จนถึงปัจจุบัน โดยทั้งสองฝ่ายมีกลไกทวิภาคีในการจัดการประเด็นปัญหาชายแดนอยู่แล้ว 

 

ด้าน ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้เรียกประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในวันที่ 6 มิ.ย.นี้ เพื่อสรุปมาตรการตอบโต้กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยจุดยืนรัฐบาล และกองทัพพร้อมปกป้องอำนาจอธิปไตย และดินแดนของไทยอย่างเต็มที่ ผู้ใดจะละเมิดมิได้

 

แม้นายกฯแพทองธาร จะขยับตัวช้ากว่านายกฯฮุน มาเนต แต่ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย ในวันที่สมเด็จฮุน เซน เปิดเกมรุกปลุกชาตินิยมเต็มที่

ฮุนเซน เป็น รมว.ต่างประเทศตั้งแต่ปี 2522 จึงเก๋าเกมการเมืองระหว่างประเทศ

 

กู้วิกฤตศรัทธาฮุนมาเนต

40 กว่าปีบนเส้นทางการเมือง สมเด็จฮุน เซน ดำเนินกลยุทธ์รักษาอำนาจ ด้วยการสร้างความหวาดกลัวและปลุกกระแสชาตินิยม ผ่าน "วาทกรรมสงครามและความเกลียดชังต่อเพื่อนบ้าน"

 

วันที่ 7 ม.ค. 2568 มีงานรำลึกวาระครบ 46 ปีของการสิ้นสุดระบอบเขมรแดง ซึ่งอดีตเขมรแดงอย่าง เฮง สำริน เจีย ซิม และฮุน เซน ได้รับการช่วยเหลือจากเวียดนาม จึงโค่นล้มเขมรแดงสำเร็จ

 

สมเด็จฮุน เซน จึงกล่าวยกย่องว่า 7 ม.ค.2522 เป็นวันกำเนิดใหม่หรือวันเกิดครั้งที่สองของกัมพูชา 

 

ในวันนั้น สมเด็จฮุน เซน เรียกร้องให้มีการออกกฎหมายใหม่ที่บัญญัติว่า ใครคิดล้มล้างรัฐบาลฮุน มาเนต เป็นผู้ก่อการร้ายที่จะต้องถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

 

ทำไมจอมเก๋าที่เคยมีสื่อต่างประเทศให้ฉายาว่า "จิ้งจอกพนมเปญ" เกิดความหวั่นไหวอะไร จึงเสนอให้ออกกฎหมายป้องกันการโค่นทายาทฮุนมาเนต

 

ว่ากันว่า กัมพูชากำลังจะมีการเลือกตั้งท้องถิ่นในปีหน้า ซึ่งประเมินกันว่า ฐานเสียงในท้องถิ่นของรัฐบาลฮุนมาเนต ยังไม่แน่นพอ

 

ประกอบกับสภาพเศรษฐกิจตกต่ำจากปัญหาภาษีสหรัฐฯ กับวิกฤตศรัทธาต่อนายกฯคนใหม่ จอมเก๋าฮุนเซน จึงเลือกเอาข้อพิพาทชายแดนมาแก้ปัญหาการเมืองของกัมพูชา ผ่านการสร้างฮุนมาเนตเป็นวีรบุรุษ ผู้ปกป้องอธิปไตยของประเทศ 

 

เส้นทางจอมเก๋าเขมร

หลังโค่นเขมรแดง สมเด็จฮุน เซน ได้รับความไว้วางใจจากเวียดนามอย่างมาก จึงได้รับแต่งตั้งเป็น "นายกรัฐมนตรีกัมพูชา" ด้วยวัยเพียง 33 ปี เท่านั้น  

 

ตลอดช่วงเวลาที่อยู่บนเก้าอี้นายกรัฐมนตรี สิ่งที่ ฮุน เซน ยึดถือและปฏิบัติมาตลอดคือ กระจายผลประโยชน์ให้ทุกฝ่ายพึงพอใจ และการขจัดศัตรูคู่แข่งทางการเมืองให้สิ้นซาก

 

ดังเช่นชะตากรรมของเจ้านโรดม รณฤทธิ์ อดีตหัวหน้าพรรคฟุนซินเปก อดีตนายกรัฐมนตรีแห่งกัมพูชา ต้องใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศ รวมถึงสม รังสี อดีตผู้นำฝ่ายค้าน ผู้ซึ่งได้รับคะแนนนิยมจากคนรุ่นใหม่ก็ถูกกำจัดให้พ้นวงโคจรทางการเมือง จนต้องไปใช้ชีวิตอยู่ในฝรั่งเศส

 

เหนืออื่นใด สม รังสี คือคนที่เดินหน้าเปิดโปง ฮุน เซน กรณียกพื้นที่ของกัมพูชาให้กับเวียดนาม ซึ่งปักปันเขตแดนรุกล้ำเข้ามาในเขต จ.สวายเรียง ของกัมพูชานับสิบกิโลเมตร

 

ปมตอบแทนบุญคุณเวียดนาม กลายเป็นฝันร้ายของ ฮุน เซน และกดดันให้ต้องหันมาเปิดศึกกับเพื่อนบ้านอย่างไทย เพื่อรักษาอำนาจของตัวเอง ด้วยเกมชาตินิยมและสงคราม