
ดาบในรอยยิ้ม “เนวิน-อนุทิน” เกมกล “สว.สีน้ำเงิน” ปิดตายรื้อ รธน.2560
ถามยังไง “เนวิน-อนุทิน” ก็ไม่มีคำตอบเรื่อง “สว.สีน้ำเงิน” เล่นเกมยื้อรื้อ รธน.2560 วงในเพื่อไทยกลับร้อนรุ่ม เพราะอิทธิฤทธิ์อำนาจแฝง
ถามยังไง เนวิน ก็ไม่ตอบเรื่อง สว.สีน้ำเงิน สอดรับ อนุทิน ไม่ยุ่งสภาสูง วงในเพื่อไทยกลับร้อนรุ่ม เพราะอิทธิฤทธิ์อำนาจแฝง
ดีลข้ามขั้วฮั้วอำนาจ ไม่ราบรื่น เพื่อไทย-พรรคร่วมรัฐบาลขั้วเก่า ต่างยึดกุมกลยุทธ์ซ่อนดาบในรอยยิ้ม แจ้งอย่าง ลับอย่าง
ชั่วโมงนี้ กูรูการเมืองหน้าจอทุกช่อง ต่างพูดถึง เนวิน ชิดชอบ กับบทบาทของ สว.เสียงข้างมาก ซึ่งนับวันจะมีพลังต่อรองเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 หรือการรื้อมรดก คสช.
หากเนวิน ยอมเปิดปากให้สัมภาษณ์สื่อ ก็คงปฏิเสธว่า ไม่ได้มีอำนาจเหนือ สว.สีน้ำเงิน เหมือนที่ครูใหญ่บุรีรัมย์บอกว่า ไม่ได้ชี้นำพรรคภูมิใจไทย
ทำนองเดียวกัน อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก็บอกว่า ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นกระบวนการเลือก สว. ใครจะเรียกว่า สว.สีน้ำเงิน ก็ว่ากันไป
อย่างไรก็ตาม อาการกลับลำของ อนุทิน ชาญวีรกูล กรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญ รายมาตรา ปมจริยธรรมนักการเมือง มาในจังหวะเดียวกับกรรมาธิการ สว.เสียงข้ามมาก กลับลำยื้อร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ
วันจันทร์ที่ 30 ก.ย.2567 มงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา นัดประชุมวุฒิสภา โดยมีวาระพิจารณาเรื่องด่วนคือ ร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ ได้พิจารณาเสร็จแล้ว
ถ้า สว.สีน้ำเงิน เห็นด้วยกับ กมธ.วิสามัญ สว.ว่าด้วยเกณฑ์การผ่านประชามติ ที่ใช้ “เสียงข้างมาก 2 ชั้น” หมายถึงมีผู้มาใช้สิทธิออกเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ของผู้มีสิทธิออกเสียง และต้องได้คะแนนเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่ง ของผู้มาใช้สิทธิออกเสียง
สวนทางกับร่างประชามติ ฉบับ สส. ที่ใช้เกณฑ์เสียงข้างมากชั้นเดียว ทำให้กระบวนการออกเสียงประชามติครั้งแรก พร้อมเลือกตั้งท้องถิ่นในช่วงต้นปี 2568 เป็นไปไม่ได้เลย
ดังนั้น สว.พันธุ์ใหม่ และ สส.พรรคประชาชน จึงตั้งคำถามกับ กมธ.วิสามัญ สว.เสียงข้างมาก ที่หักเกณฑ์ประชามติของ สส. ว่ามีใบสั่งหรือไม่
กลเกม สว.สีน้ำเงิน
เดิมทีรัฐบาลเศรษฐา มีนโยบายแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยวางแผนทำประชามติรวม 3 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 ถามประชาชนว่า เห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ โดยไม่แก้หมวด 1 หมวด 2 หรือไม่
การออกเสียงประชามติในครั้งแรกจะเกิดได้ และทันเวลาตามกรอบจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ภายใน 3 ปี ต้องแก้ไข พ.ร.บ.ประชามติ เสียก่อน
ที่ประชุมสภาผู้แทนฯ เห็นชอบเปลี่ยนจากเกณฑ์การใช้ “เสียงข้างมากสองชั้น” ให้เหลือเพียง “เสียงข้างมากชั้นเดียว”
เมื่อวันที่ 25 ก.ย.2567 คณะกรรมาธิการวิสามัญของวุฒิสภา ที่มี พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สว.สายกฎหมาย ซึ่งเคยเป็น ผบ.ภ.จว.บุรีรัมย์ เป็นประธาน กมธ. มีการแสดงอภินิหารกลับมติสภาล่าง
หลังจาก พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว.สายท่องเที่ยว เจ้าของที่พักโฮมสเตย์อ่าวนาง จ.กระบี่ ยื่นคำแปรญัตติทบทวนมติเดิมเกี่ยวกับเกณฑ์การผ่านประชามติ ให้ใช้เสียงข้างมากชั้นเดียว โดยกลับไปใช้เสียงข้างมากสองชั้น ด้วยมติข้างมาก 17 ต่อ 1
จุดนี้เองที่ทำให้กูรูการเมืองบางสำนักฟันธงว่า สว.สีน้ำเงิน คืออุปสรรคของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560
ลำพังเกณฑ์การออกเสียงประชามติยังถูกยื้อ หากสภาผู้แทนฯ เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องพึ่งเสียง สว. 67 เสียง ซึ่งเป็นได้ยากมาก หาก สว.สีน้ำเงินไม่เล่นด้วย
ใบสั่งอำนาจแฝง
หากที่ประชุมวุฒิสภา มีมติเสียงข้างมากรับร่าง พ.ร.บ.ประชามติที่ กมธ.วุฒิสภาแก้ไข ต้องกลับมาตั้ง “กมธ.ร่วมกัน 2 สภา” ใช้เวลาอีกประมาณ 45 วัน
หากสภาใดสภาหนึ่ง ยังไม่เห็นด้วยกับร่าง กมธ.ร่วม 2 สภา ร่างนั้นก็จะถูกยับยั้งไว้ 180 วัน สภาผู้แทนฯจึงจะนำกลับมาลงมติยืนยันได้
เกมยื้อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ให้จัดทำ “รัฐธรรมนูญฉบับใหม่” แล้วเสร็จภายในกรอบเวลา 3 ปี อาจสมประโยชน์ของ “อำนาจแฝง” ที่อยู่หลังม่าน
อย่าลืมว่า “รัฐธรรมนูญ 2560” คือมรดก คสช. และเป็นเครื่องมือของกลุ่มอนุรักษนิยม ค้ำยันโครงสร้างอำนาจเดิม



