คอลัมนิสต์

บิ๊กเนมขยับ ‘บ้านใหญ่’ ได้กลิ่นยึด ‘200 สว.’ ล็อกตัวประธานสภาสูง

เลือก สว.ชุดใหม่เงียบเชียบ บ้านใหญ่ รุกยึดเก้าอี้ 200 สว. ผ่านกลไกระบบอุปถัมภ์ จากอำเภอถึงระดับประเทศ โจทย์ยากภาคประชาชน

ได้กลิ่นฮั้ว บ้านใหญ่ วางเครือข่ายยึดเก้าอี้ 200 สว. ผ่านกลไกระบบอุปถัมภ์ จากอำเภอถึงระดับประเทศ โจทย์ยากภาคประชาชน 

 

ยอดผู้สมัคร สว.ต่ำกว่าที่คาด เปิดช่องกลุ่มบ้านใหญ่-กลุ่มจัดตั้ง ส่งคนในเครือข่ายสมัครเป็นโหวตเตอร์ เอาชนะกลุ่มโหวตเตอร์ธรรมชาติ

 

วันที่ 20 พ.ค.2567 เป็นวันแรกที่ กกต.กำหนดรับสมัครเลือกสมาชิกวุฒิสภา(สว.) โดยจะเปิดรับสมัคร สว. ถึงวันที่ 24 พ.ค.นี้ ที่สถานที่รับสมัครระดับอำเภอ(ไม่เว้นวันหยุดราชการ)

 

จากข้อมูล กกต.พบว่า มีผู้มารับเอกสารการสมัคร สว.2567 ยอดสะสมจนถึงวันที่ 19 พ.ค.2567 รวม 10 วัน ทั้งสิ้น 34,847 คน


ก่อนหน้านี้ กกต.คาดหมายว่า จะมีผู้มาขอรับเอกสารประมาณ 5 หมื่นคน ปรากฏว่า มีผู้สนใจลงเลือกตั้ง สว.ต่ำกว่าเป้าหมาย ทำให้นักวิชา การบางสำนักชี้ว่า จะเป็นการเปิดช่องให้มีการฮั้วลงคะแนนเลือก สว.

 

มีข้อสังเกตว่า วันแรกของการสมัคร สว.ระดับอำเภอ มีอดีตนักการ เมืองระดับบิ๊กเนม ลงสมัคร สว. ยิ่งสะท้อนการเมืองอุปถัมภ์หรือบ้านใหญ่ ต้องการปักธง สว.ชุดใหม่

 

 

โจทย์ยากภาคประชาชน


ช่วงหลังสงกรานต์จนถึงกลางเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา คณะก้าวหน้า นำโดย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ลงพื้นที่ต่างจังหวัด ทำกิจกรรม สว.ประชาชน รณรงค์ให้ประชาชนตื่นตัวกับการเลือก สว. และลงสมัครชิง สว.ให้มากที่สุด เพื่อทลายบล็อกโหวต หวังให้ได้ สว.อิสระ ถ่วงดึง สว.กลุ่มบ้านใหญ่ หรือ สว.กลุ่มจัดตั้ง

 

หากประเมินสถานการณ์การรับสมัคร สว. จนถึงวันนี้ แคมเปญ สว.ประชาชน มีแนวโน้มเกิดขึ้นได้ยาก เพราะผู้สนใจสมัคร สว.ไม่ถึงแสนคน

 

โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ชี้ว่า รัฐธรรมนูญ 2560 ดีไซน์การเลือก สว.ออกมา เพื่อที่จะเอื้อให้กับบุคคล 3 ประเภทคือ 1.คนมีเงิน 2.คนที่มีชื่อเสียง ที่ผู้คนรู้จักมาก 3.คนที่มีเพื่อนหรือมีเครือข่ายเยอะ 

 

สอดรับกับนักรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เชื่อว่า มีการจัดตั้งและฮั้วกันระหว่างผู้สมัครที่จะลงสมัคร สว.ครั้งนี้แน่นอน

 

จากข้อมูลที่นักรัฐศาสตร์ ม.เชียงใหม่รับทราบมาว่า ได้มีการรวมตัวกันในกลุ่มอาชีพ โดยคนที่มีศักยภาพ หรือขาใหญ่ในแวดวงอาชีพนั้นๆ ซึ่งอาสาและประกาศตัวว่าจะลงสมัคร สว. ก่อนชักชวนให้คนในกลุ่มอาชีพมาสมัครเพื่อลงคะแนนให้ตนเอง โดยจะออกค่าสมัคร 2,500 บาท หรือค่าใช้จ่ายในการเดินให้ 

 

การเลือกระดับอำเภอ อาจมีการฮั้วตามกลุ่มที่จัดตั้งไว้ ขยับไปการเลือกระดับประเทศ ที่เป็นการเลือกไขว้สลับกลุ่มอาชีพ นักวิชาการหลายคนฟันธงว่า จะเปิดช่องให้มีการซื้อตัวโหวตเตอร์อย่างแน่นอน

 

 

สว.พรรคใหญ่คืนชีพ


มีข้อมูลเชิงลึกในพื้นที่ภาคอีสาน และภาคเหนือปรากฏว่า มีกลุ่มการเมืองบ้านใหญ่ ได้เคลื่อนไหวส่งผู้สมัคร สว.แบบเงียบๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นอดีตข้าราชการ และกลุ่มตัวแทนเกษตรกร

 

กูรูการเมืองบางคนประเมินว่า โฉมหน้า สว.ชุดใหม่ 200 คน น่าจะมี สว.ที่มาจากเครือข่ายบ้านใหญ่มากกว่าร้อยละ 60 , สว.กลุ่มจัดตั้งสาขาอาชีพ ร้อยละ 30 และ สว.ประชาชน ไม่ถึงร้อย 10 

 

ดังนั้น สว.ปี 2567 จึงมีสภาพไม่ต่างจาก สว.ปี 2543 ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรง ซึ่ง สว.ชุดแรกที่มาจากการเลือกตั้ง ก็มีองค์ประกอบทั้ง สว.สายการเมือง และสายอิสระ

 

ผ่านการเข้าไปเป็น สว.ได้ระยะหนึ่ง ก็เริ่มมีการพูดคุยจับกลุ่มกัน สร้างคอนเนกชัน และมีพรรคใหม่เข้ามาเป็นสปอนเซอร์ จากนั้น สว.อิสระก็กลายเป็นฐานการเมืองให้กับพรรคใหญ่

 

เมื่อพรรคใหญ่คุมสภาสูง ก็มีบทบาทในการเลือกผู้เข้าไปดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ เช่น กกต. และศาลรัฐธรรมนูญ โดยใช้ สว.เกินกว่าครึ่งค่อนสภาสูง โหวตตามโผที่ส่งไปให้ จนวุฒิสภายุคโน้น ถูกตั้งฉายาว่า ‘สภาชิน’ 

 

ชั่วโมงนี้ การปรากฏตัวของ ‘บิ๊กเนม’ รายหนึ่งในวันแรกของการสมัคร สว.ระดับอำเภอ เหมือนเป็นการส่งสัญญาณว่า บ้านใหญ่-นายใหญ่ เอาจริงกับการเลือก สว.ชุดใหม่

 

 

ข่าวยอดนิยม