คอลัมนิสต์

จุดพลิกผัน ‘ทักษิณ’ หนุน ‘อุ๊งอิ๊ง’ เกมเปลี่ยนทั้งกระดาน

เพื่อไทยทิ้งก้าวไกลไม่ได้ ทักษิณ เตรียมกลับบ้าน อุ๊งอิ๊ง ไปเยี่ยมพ่อ ก่อนหน้าวันโหวตนายกฯ ในกระแสข่าวลือคนแดนไกลฟังน้องสาว ยิ่งลักษณ์ ต้องเลือกข้าง

ในสถานการณ์ร้อน ทักษิณ เตรียมกลับบ้าน อุ๊งอิ๊ง พาหลานไปเยี่ยมก่อนหน้าวันโหวตนายกฯ ท่ามกลางข่าวลือคนแดนไกล ต้องเลือกข้าง


เพื่อไทยในสถานการณ์สามัคคีสู้รบ ทิ้งก้าวไกลไม่ได้ จะเล่นเกมยื้อไปนานแค่ไหน ถ้า พิธา ไม่ผ่านด่าน สว. ต้องโหวตซ้ำกี่หน หรือแยกทางกันเลย
 

ตอนสายวันที่ 10 ก.ค. 2566 อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร ได้โพสต์ภาพครอบครัวผ่านเฟซบุ๊ก Ing Shinawatra โดยมี ทักษิณ ชินวัตร, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร และสามี ปอ-ปิฎก สุขสวัสดิ์ และน้องธิธาร ถ่ายรูปร่วมกันในสนามบินที่ต่างประเทศ


พร้อมข้อความ “รอบนี้มาถึงก่อนพ่อกับอา เลยพาหลานมารับที่สนามบินค่ะ #baby titarnandhergrandpa #mmdpstrips2023”

 

อุ๊งอิ๊ง พาหลานไปเยี่ยมคุณตา และคุณยาย

 


มีรายงานข่าวว่า อุ๊งอิ๊ง พาหลานสาว ไปเยี่ยมคุณตาทักษิณที่สิงคโปร์ 


อย่างไรก็ตาม ภาพของทักษิณ และลูกสาวคนเล็ก ย่อมถูกหยิบฉวยไปวิเคราะห์วิจารณ์กันเป็นธรรมดา เนื่องจากอยู่ในห้วงเวลาใกล้ถึงวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี 13 ก.ค. 2566
 

เฉพาะหน้า พรรคเพื่อไทย กำลังยืนอยู่บนทางแพร่ง ท่ามกลางมวลมหาด้อมส้มเฝ้าจับตามองอย่างใกล้ชิด หากสถานการณ์พลิกผัน พิธา ได้เสียงหนุนให้เป็นนายกฯ ไม่ถึง 376 เสียง เพื่อไทยจะมีท่าทีอย่างไร 


จับสัญญาณจาก พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ คนที่ 2 วางไทม์ไลน์การโหวตเลือกนายกฯไว้ 3 ครั้งคือ 13,19,20 ก.ค.นี้ เมื่อ 3 ครั้ง พิธาไม่ผ่าน เพื่อไทยก็ต้องเลือกว่าจะเอายังไง โอบกอดก้าวไกลต่อไป ตามกระแสด้อมส้มเรียกร้อง หรือปล่อยมือก้าวไกล หันไปจับพันธมิตรสร้างขั้วใหม่


ตรงนี้แหละที่เรียกว่า ทางแพร่งของเพื่อไทย และของตระกูลชินวัตร เนื่องจากภายในเพื่อไทย แตกออกเป็น 2 กลุ่มก้อนทางความคิด


ก๊กคนรุ่นใหม่ อุ๊งอิ๊ง และเพื่อนพ้อง ที่ต้องการดิสรัปต์พรรค ปั้นแบรนด์ใหม่ ไม่อยากทิ้งก้าวไกล กลัวถูกด่าว่า หักหลังเพื่อน และพรรคอาจสูญพันธุ์ในอนาคต 


ก๊กบ้านใหญ่ เป็น สส.รุ่นเก่า ที่ไม่อยากถูกผูกขาเดินไปกับก้าวไกล หากพิธาโหวตไม่ผ่านครั้งแรก ก็พร้อมจะพลิกขั้วขึ้นมาเป็นหัวขบวนแทน 

 

เพื่อไทยสายพิราบ
ช่องว่างความคิดระหว่าง อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร และผองเพื่อน กับแกนนำพรรคเพื่อไทยรุ่นใหญ่ สะท้อนผ่านการขับเคลื่อนพรรคในช่วงหาเสียงมาเป็นระยะๆ 


ว่ากันว่า ในปีกความคิดคนรุ่นใหม่นี้ มีคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ,ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ เศรษฐา ทวีสิน ให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง


หลังเลือกตั้ง อุ๊งอิ๊ง ชิงประกาศไม่แข่งจัดตั้งรัฐบาล ให้สิทธิ์พรรคก้าวไกลดำเนินการก่อน ขณะที่แกนนำพรรค สาย สส.บ้านใหญ่ เห็นควรว่าเพื่อไทยก็สิทธิ์ ได้เป็นแกนนำเหมือนกัน เพราะเสียงพรรคอันดับ 1 และพรรคอันดับ 2 ห่างกันแค่ 10 ที่นั่ง 


จริงๆ แล้ว อุ๊งอิ๊ง และเศรษฐา ก็รู้อยู่แก่ใจในหลายเรื่อง แต่ด้วยสถานการณ์การเมืองที่ถูกคลุมถุงชน ด้วยคะแนนเสียง 2 พรรค 25 ล้านเสียง เพื่อไทยจึงต้องเล่นเกมลากยาว ประเมินกระแสสังคมอยู่ตลอดเวลา 


หากสถานการณ์จำเป็น เพื่อไทยต้องเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล ก็คงจะเสนอชื่อ เศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกฯ ที่มีก้าวไกล เป็นพรรคร่วมรัฐบาลอยู่ด้วย พร้อมอีก 6 พรรคเดิม อาจดึงบางพรรคจากขั้ว 188 มาเสริม

 

 

เพื่อไทยสายเหยี่ยว
ส่วนกลุ่มก๊วน สส.เขต ค่ายเพื่อไทย ฝ่าพายุสีส้มมาได้ 112 คน และ สส.บัญชีรายชื่อ 29 คน ทั้งหมดกว่าร้อยละ 70 เป็นนักการเมืองอาวุโส โดยมีเจ๊ใหญ่ บ้านแจ้งวัฒนะ เป็นที่ปรึกษา


กรณีเกิดแรงกระเพื่อมในพรรคเพื่อไทย ที่มีแกนนำพรรคระดับอาวุโส ดาหน้าออกมาประกาศจองตำแหน่งประธานสภาฯ สะท้อนถึงความขัดแย้งระหว่างลูกสาวเถ้าแก่ กับผู้อาวุโส 


ในที่สุด คนแดนไกลต้องอาจารย์วันนอร์ ขึ้นเป็นประธานสภาฯ เพื่อไม่ให้เพื่อไทยกับก้าวไกล แตกหักกันก่อนจะถึงวันโหวตนายกฯ


เวลานี้ กลุ่มก๊วน สส.บ้านใหญ่ ที่เดินทางไปพบทักษิณในต่างประเทศ ต่างเสนอว่า เพื่อไทยควรแยกตัวออกมาจากก้าวไกล หลัง พิธา ได้เสียงไม่ถึง 376 เสียงในยกแรก และกดดันให้ก้าวไกล ถอยไปเป็นฝ่ายค้าน 


จากนั้น มีการพลิกขั้วใหม่ พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำเต็มตัว จะมีการดึงพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนากล้า และ ส.ส.บางกลุ่มจากพรรคพลังประชารัฐ  มาเป็นพรรคร่วมรัฐบาล


ดังนั้น การเดินทางไปเยี่ยมพ่อและอา ของอุ๊งอิ๊งเที่ยวนี้ จึงมีความหมาย และอาจเป็นจุดพลิกผันครั้งสำคัญของพรรคเพื่อไทย

 

 

ข่าวยอดนิยม