คอลัมนิสต์

ส้มทั้งแผ่นดิน ‘พิธา’ อ่านขาดเกิน 100 ที่นั่ง ‘ก้าวไกล’ ตั้งรัฐบาล

ส้มทั้งแผ่นดิน ‘พิธา’ อ่านขาดเกิน 100 ที่นั่ง ‘ก้าวไกล’ ตั้งรัฐบาล

26 เม.ย. 2566

เลือกตั้ง66 ก่อนวิ่งร้อยเมตรสุดท้าย พิธา ประสาน ธนาธร เปิดเกมรุกชิงอำนาจรัฐ ดับเครื่องชนเพื่อไทย เครื่องจักรสีส้มขยับสู่เป้าหมายเกิน 100 ที่นั่ง

สีส้มกระแสสูง พิธา ตั้งเป้าเหมากวาดแต้มนิวโหวตเตอร์ บวกชนชั้นกลางที่ฝันถึงการเมืองใหม่ ก้าวไกล อ่านเกมตั้งรัฐบาลใหม่แล้ว

 

ส้มทั้งแผ่นดิน พิธา ประสาน ธนาธร เปิดเกมรุกชิงอำนาจรัฐ ไม่นั่งรอขอความเมตตาจากเพื่อไทย เครื่องจักรสีส้มขยับสู่เป้าหมาย ทะลุเกิน 100 ที่นั่ง

เมื่อ 1 ปีที่แล้ว พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ประกาศบนเวทีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 1/ 2565 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต ว่า ตั้งเป้ากวาดที่นั่ง สส.ให้ได้อย่างน้อย 100 ที่นั่ง

 

วันนั้น พรรคคู่แข่งคงประเมินว่า หัวหน้าพรรคก้าวไกล พูดจาเพ้อฝัน และหลายฝ่ายเชื่อเรื่องกติกาเลือกตั้ง เปลี่ยนจากบัตรใบเดียว เป็นบัตร 2 ใบ ไม่เอื้อต่อพรรคสีส้ม 

จากการเลือกตั้งปี 2562 พรรคอนาคตใหม่ ได้ สส.เข้าสภาฯ 81 คน หลังจากพรรคถูกยุบ และบางส่วนย้ายขั้วไปอยู่กับฝั่งรัฐบาล พรรคก้าวไกลเหลือ สส.อยู่ 43 คน 

 

สื่อหลายสำนักจึงประเมินว่า เลือกตั้งหนนี้ พรรคก้าวไกล น่าจะได้ สส.ทั้งสองระบบ ประมาณ 50 คน มาถึงชั่วโมงนี้ นักสังเกตการณ์ทางการเมืองเชื่อ พรรคก้าวไกลจะได้ สส.ถึง 100 คน เพราะความชัดเจนในแนวทางการต่อสู้เชิงอุดมการณ์ 

 

ภาพของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และศิริกัญญา ตันสกุล ในเวทีดีเบตโดดเด่น เป็นที่ประทับใจของคนชั้นกลาง และคนรุ่นใหม่ 

 

บวกกับการทำงานหนักของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ปิยบุตร แสงกนกกุล และพรรณิการ์ วานิช ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง จึงทำให้บรรยากาศผู้คนอยากเลือกอนาคตใหม่ ปี 2562 หวนกลับมาอีก 

 

แลนด์สไลด์เมืองหลวง

 

พิธา มั่นใจในการทำงานสภาฯ 4 ปี มีผลงานเป็นประจักษ์แก่สายตาประชาชน จึงไม่กังวลเรื่องจะไม่ได้ สส.เขต 

 

ย้อนไปดูผลการเลือกตั้งปี 2562 พรรคอนาคตใหม่ ได้ สส.บัญชีรายชื่อ 51 คน แต่ได้ สส.เขต 30 คน แยกเป็น สส.กทม. 9 คน, ภาคกลาง 15 คน, ภาคเหนือ 5 คน และภาคอีสาน 1 คน


ตัวเลขข้างต้น สะท้อนว่า พรรคก้าวไกลมีจุดแข็งอยู่ที่กรุงเทพฯ และภาคกลาง ซึ่งในทีนี้คือ ปริมณฑลกรุงเทพฯ และภาคตะวันออก

 

พรรคก้าวไกลคาดหวังที่จะได้ สส.กทม.มากกว่า 9 คน และแกนนำพรรคบางคน อาจฝันแลนด์สไลด์เมืองหลวงไปแล้ว เนื่องจากเมื่อการเลือกตั้งสภา กทม. พรรคสีส้มได้ สก. 14 คน

 

สนามปริมณฑลกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นปทุมธานี, นนทบุรี, สมุทรปราการ และสมุทรสาคร ซึ่งพรรค กก.มีความน่าจะได้ สส.เขต มากกว่าภูมิภาคอื่น

 

สมัยที่แล้ว สนามนนทบุรี คะแนนรวมของพรรคเพื่อไทย ได้ 192,761 คะแนน และพรรคอนาคตใหม่ ได้ 163,161 คะแนน แม้จะไม่ได้ สส.เขต แต่ผู้สมัคร สส.พรรคสีส้ม ก็ได้คะแนนเป็นอันดับที่สอง ได้แต้มเฉลี่ยเขตละ 2 หมื่นคะแนน 

เที่ยวนี้ ผู้สมัคร สส.พรรคก้าวไกลที่สนามเมืองนนท์ อาจจะชนะในบางเขตเลือกตั้ง เพราะพฤติกรรมการเลือกตั้งผู้แทนฯของคนเมืองนนท์ ก็ไม่ต่างกรุงเทพฯคือ เลือกตามกระแส

 

สนามปทุมธานี พรรคดนาคตใหม่ ได้ สส. 1 คน เหมือนสมุทรปราการ จึงคาดหมายว่า พรรคก้าวไกล น่าจะได้ สส.มากกว่าเดิม ทั้ง 2 จังหวัดนี้ รวมถึงสมุทรสาคร ที่เคยได้ 2 คน ก็อาจชนะยกจังหวัด

 

หัวคะแนนธรรมชาติ

 

โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง 66 พิธา และแกนนำพรรค กก. พลิกเกมเล่น เดินหน้าชนพรรค พท. เสนอคำขวัญ มีเราไม่มีลุง มีลุงไม่มีเรา สร้างความชัดเจนให้แก่โหวตเตอร์ ทำให้พรรคมีกระแสตอบรับดีขึ้นทันที

 

สนามเลือกตั้งภาคตะวันออก พรรคก้าวไกลคงจะได้ สส.เขตมากกว่าขึ้นกว่าสมัยที่แล้ว ทั้งสนามชลบุรี ,ระยอง ,จันทบุรี และฉะเชิงเทรา 

 

ส่วนภูมิภาคอื่น ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ และภาคอีสาน สังเวียนเลือกตั้งเขต 1 หรืออำเภอเมืองของทุกจังหวัด พรรคสีส้มมีโอกาสคว้าชัย อย่างเช่นสมัยที่แล้ว พรรคอนาคตใหม่ได้รับเลือกในเขต 1 เชียงราย และเขต 1 ขอนแก่น 

 

ปรากฏการณ์ปากน้ำโพ สะท้อนหัวคะแนนธรรมชาติของพรรคก้าวไกล

ปรากฏการณ์ธนาธรฟีเวอร์ จากเวทีปราศรัยอุทยานสวรรค์ เมืองปากน้ำโพ สะท้อนชัดว่า หัวคะแนนธรรมชาติ กำลังทำงาน และหากเป็นแบบนี้ในทุกจังหวัด กว่าจะถึงวันที่ 14 พ.ค.2566 คำว่า ก้าวไกลแลนด์สไลด์ คงไม่ไกลเกินฝัน