
พ.ร.บ.จัดระเบียบม็อบสมควรมีหรือไม่ ?
ประเทศไทยมีกฎหมายออกมาบังคับใช้ประชาชนจำนวนมาก เป็นกฎหมายที่ออกมาโดยฝ่ายนิติบัญญัติหรือรัฐสภา ที่เรียกว่า พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) และกฎหมายที่ออกโดยฝ่ายบริหารหรือรัฐบาล ที่เรียกว่า พระราชกำหนด พระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง รวมทั้งกฎหมายลำดับรองที่เรียกชื่ออย่าง
แต่ถ้อยคำที่บัญญัติไว้ในกฎหมายเหล่านั้น ส่วนใหญ่จะรู้และเข้าใจกันแต่เฉพาะผู้เกี่ยวข้องกับการออกกฎหมายนั้นๆ หรือนักกฎหมายผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ เพราะประดิดประดอยถ้อยคำที่ต้องมีการตีความกันทุกครั้งเมื่อมีผู้ไม่ต้องการปฏิบัติตาม
อย่าว่าแต่ประชาชนจะไม่เข้าใจความหมายและเจตนารมณ์ของกฎหมายฉบับต่างๆ เลย ผู้บังคับใช้กฎหมายกับประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่รัฐอื่นๆ ยังเข้าใจไม่ตรงกัน ปฏิบัติกันไม่ถูก เป็นผลเสียแก่ประเทศชาติและประชาชนส่วนรวม
จนมีคนจำนวนมากพากันก่นด่าพวกออกกฎหมายว่า "เมื่อไหร่จะออกกฎหมายที่คนส่วนใหญ่เข้าใจกันโดยไม่ต้องตีความเสียทีว่ะ"
การชุมนุมในที่สาธารณะไม่ว่าในทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม เป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มาตรา 63 วรรคแรก แต่มีเงื่อนไขบังคับไว้ตามวรรคสอง หากปฏิบัติฝ่าฝืนมีโทษตามกฎหมายอีกมากมาย ที่เป็นหลักก็ประมวลกฎหมายอาญา และกฎหมายเกี่ยวกับความมั่นคงหลายฉบับ
ผู้ชุมนุมที่ฝ่าฝืนกฎหมายจะพากันดื้อตาใส แสดงความไม่เข้าใจกฎหมายเหล่านี้ก็พอจะให้อภัยได้ เพราะมันตีความได้หลายมิติ เช่น มิติของเจตนารมณ์ของกฎหมาย หรือมิติของลำดับศักดิ์ของกฎหมาย
แต่ผู้บังคับใช้กฎหมายต้องไม่แสดงความโง่เขลา ความไม่รู้ และความขลาดกลัว ที่จะบังคับใช้กฎหมายตามขั้นตอนที่มีอยู่ ข้ออ้างที่กล่าวเสมอคือขอฟังนโยบายจากฝ่ายการเมือง ก่อนปฏิบัติตามกฎหมาย เพระาต้องใช้กฎหมายหลายฉบับในการดำเนินการแก้ปัญหา จนเหตุการณ์บานปลายเกิดบาดเจ็บล้มตายกันจำนวนมาก
ด้วยเหตุนี้สมควรหรือยังที่จะมี พ.ร.บ.จัดระเบียบการชุมนุมในที่สาธารณะขึ้นใช้ในประเทศไทย และต้องเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติซึ่งมีถ้อยคำที่เป็นภาษาคน และเป็นภาษาที่คนทั่วไปอ่านแล้วเข้าใจกันโดยไม่ต้องตีความ เพื่อให้เข้าใจกันทั้งผู้จัดให้มีการชุมนุม ผู้เข้าร่วมชุมนุม เจ้าหน้าที่รัฐที่มีหน้าที่ควบคุมดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง รวมทั้งประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศ ที่ได้รับความเดือดร้อนจากความล้มเหลวของกลไกหน่วยงานของรัฐ ผู้บังคับใช้กฎหมายอยู่ในขณะนี้
คมพิทักษ์ราษฎร์



