
ขยายสถานการณ์
ไม่ว่าการลอบสังหารนายสนธิ ลิ้มทองกุล ด้วยอาวุธสงครามร้ายแรงจะเป็นประเด็นทางการเมืองหรือเรื่องส่วนตัวก็ตาม
สิ่งหนึ่งที่หลีกเลี่ยงยากคือ ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญอีกครั้ง รัฐบาลจะประคองสถานการณ์ไปได้หรือไม่กับสารพัดปัญหาต่อเนื่อง
ผู้ที่ลงมือครั้งนี้ คงอยากลองของกับ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และการใช้อำนาจนี้ของรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รวมถึงฝ่ายความมั่นคง ที่พรรคประชาธิปัตย์รับผิดชอบโดยตรง
ในมุมอาชญากรรม นี่คือการลงมือที่ท้าทายกฎหมายสูงสุด เพราะพื้นที่ กทม.กำลังประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทหารยังตรึงกำลังอยู่ทุกพื้นที่ คนลงมือไม่ได้กริ่งเกรงต่ออำนาจนี้เลย
หากมองในแง่การเมืองต้องบอกว่า "สนธิ" คือ แกนหลักของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งนำมวลชนเสื้อเหลืองโค่นล้มอำนาจอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร และมีส่วนผลักดันให้เกมชิงตั้งรัฐบาลพลิกขั้วกลับมาอยู่ในมือพรรคประชาธิปัตย์ แม้จะเกิดความบาดหมางกันขึ้นระหว่างนายสนธิกับรัฐบาลในช่วงหลังก็ตาม
เกิดคำถามน่าสนใจ เพราะเหตุใดหลังลอบฆ่า "สนธิ" ไม่สำเร็จ แกนนำหลายคนกลับพุ่งเป้าไปที่กลไกรัฐอยู่เบื้องหลัง มากกว่าคนเสื้อแดง ทั้งๆ ที่ยืนอยู่ตรงข้ามชนิด "ผีไม่เผา เงาไม่เหยียบ"
หากมอง "สนธิ" ในฐานะเจ้าของหนังสือพิมพ์ผู้จัดการและเอเอสทีวี ต้องบอกว่า นี่คือการคุกคามสื่ออย่างรุนแรงอีกครั้ง ในบทบาทที่สื่อค่ายนี้มีจุดยืนชัดเจนต่อการวิพากษ์และตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลที่ผ่านมาอย่างต่อเนื่อง
ไม่ว่ามองในมุมไหน ก็ล้วนเลวร้ายต่อสถานการณ์บ้านเมืองทั้งสิ้น
ความพยายามลอบฆ่า "สนธิ" กำลังนำไปสู่วิกฤติครั้งใหม่ คุกรุ่นพร้อมระเบิดได้ทุกเวลา หากรัฐบาลไม่สามารถนำตัวคนร้ายมาลงโทษได้
ถามว่า หาก "สนธิ" ตายใครได้ประโยชน์ ตอบว่า สมประโยชน์ทุกฝ่าย
"ทักษิณ" ตามจุดชนวนความวุ่นวายต่อเนื่อง ดิสเครติดรัฐบาล ท้าทาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และการชำระแค้น
"มือที่สาม" เสี้ยมให้ 2 สีหวาดระแวงกันเองหวัง คว้าอำนาจมาครองหากสองฝ่ายแตกหักหมดพลังในสังคม
"รัฐบาล" ลุกไล่ พุ่งเป้าไปยังเครือข่ายทักษิณ ชอบธรรมในการกวาดล้างให้สิ้นซาก
"ปมส่วนตัว" ล้างแค้นพร้อมโยนบาปให้ฝ่ายการเมือง
และไม่ว่าฝ่ายไหน "ลงมือ" ก็ล้วนนำไปสู่จุดล่อแหลม เพิ่มรอยร้าวฉานในสังคม จากนี้ไปจะมีเหตุร้ายอะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้น !!



