
ประจำวันที่20เม.ย.
** "พ.อ.ปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ" ผอ.สำนักคดีอาญาพิเศษ ดีเอสไอ มือปราบแชร์ลูกโซ่ เปิดใจถึงการไปสมัครเป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนฯ ว่าแม้การทำงาน 5 ปี ในดีเอสไอจะมีอุปสรรคบ้าง ลื่นไหลบ้าง แต่ไม่ได้คิดอะไรมาก จึงทดลองเขียนเปเปอร์แสดงวิสัยทัศน์ไปยื่นสมัครดูกับเขาบ้าง
เพราะกรรมการสิทธิก็ย้ายฐานที่มั่นมาตั้งอยู่ในศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ไม่ห่างไกลจากที่ทำการดีเอสไอ สุดท้ายไม่มีความคืบหน้า มือปราบแชร์ลูกโซ่จึงยังคงทำงานต่อไป หลังวันหยุดยาวช่วงสงกรานต์จะส่งสำนวนสั่งฟ้องคดีขบวนการสวมบัตรประชาชนให้คนต่างด้าว ซึ่งพันถึงเจ้าหน้าที่รัฐใน จ.นครพนม ให้อัยการและ ป.ป.ช.ได้พิจารณาดำเนินการ
** หลังจากสั่งการเสียงเข้มให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) จัดชุดเฉพาะกิจลงพื้นที่ตรวจสอบแหล่งอบายมุขใน 9 เขตพื้นที่รับผิดชอบของนครบาลและปริมณฑล หวังตัดวงจรส่วยใต้ดินที่จ่ายอุดหนุนเจ้าหน้าที่รัฐให้ตาฝ้ามัว มองไม่เห็นตู้ม้าหรือผับเธคเปิดให้บริการโต้รุ่ง แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่เห็นทีท่าว่าบิ๊กตุ๋ย "พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค" รมว.ยุติธรรม จะจัดการอย่างไรกับพื้นที่แหล่งอบายมุขโจ๋งครึ่ม โดยไม่ยี่หระต่อสัญญาณเตือนที่กระทรวงยุติธรรมส่งออกไป จึงไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะเอกสารรายงานตรวจสอบพื้นที่ของ ป.ป.ท.ยังส่งไม่ถึงมือเจ้ากระทรวงหรือมีสถานการณ์วุ่นวายใจรุมเร้าจน รมต.ไม่มีเวลาเปิดแฟ้ม
** "พ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข" ผอ.สำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญา ดีเอสไอ หัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีฮั้วประมูลโครงการรถบีอาร์ทีของ กทม.เคยพูดอย่างมั่นอกมั่นใจว่า จะสรุปสำนวนคดีฮั้วส่งให้ ป.ป.ช.ได้ก่อนสงกรานต์แน่นอนฟันธง แต่เมื่อพยายามสอบถามไปหลายครั้งก็ยังไม่ได้รับคำตอบว่า คดีคืบหน้าหรือมีเหตุให้ต้องสะดุดหยุดนิ่งลงอย่างไร มีเพียงคำตอบว่าติดประชุมกับติดคดีสำคัญ เลยไม่รู้ว่าชาวบ้านต้องทนกับปัญหาจราจรเมืองหลวงไปอีกนานแค่ไหน กทม.เองก็ชะลอโครงการรอความชัดเจนจากดีเอสไออยู่
** ภารกิจตามหา "ทนายสมชาย นีละไพจิตร" ของดีเอสไอ ทั้งการระดมกำลังชุดประดาน้ำลงงมแม่น้ำแม่กลอง และนำทีมงานนักนิติวิทยาศาสตร์มาขุดคุ้ยสถานที่ทำลายวัตถุระเบิดโป่งอีเก้ง จ.ราชบุรี จบลงอีกฉากหนึ่งแล้ว ผลที่ได้ในวาระครบรอบ 5 ปีการหายตัวไป คือยังไม่พบชิ้นส่วนโครงกระดูกหรือสิ่งบ่งชี้ใดที่จะสรุปสำนวนได้ว่าทนายสมชายตายแล้ว **



