
ระหว่างเหตุร้ายของบ้านเมือง...
ขณะที่เขียนนี้เหตุร้ายแรงของบ้านเมืองได้สงบลงแล้วอย่างแทบไม่น่าเชื่อ
ว่าทำไมแค่คนกลุ่มเดียวจึงสามารถทำให้ประเทศชาติบ้านเมืองที่เป็นของคนมากกว่า 60 ล้านคน ต้องตกต่ำเลวร้ายได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ...
เมื่อก่อนวันสงกรานต์ผมบังเอิญผ่านไปทางกระทรวงมหาดไทย ได้เห็นกับตาพอดีขณะที่คนเสื้อแดงแค่ไม่ถึงร้อยคน กำลังวิ่งกรูกันเข้าไปล้อมกระทรวงมหาดไทยเอาไว้ได้ในทุกด้าน ภายในชั่วพริบตาเดียว
ขณะที่ขบวนรถของนายกรัฐมนตรีได้แต่วิ่งวนไปมาหาทางออกไม่ได้นั้น กลุ่มคนเสื้อแดงพร้อมด้วย ท่อนไม้ ท่อนเหล็ก มีด (เหน็บ) และด้ามธง (แหลม) ต่างก็ตกอยู่ในอาการที่คลุ้มคลั่งเพราะถูกยั่วยุจากคนที่ยืนอยู่บนหลังคารถ ที่ส่งเสียงตะโกนว่า ต้องไปเอาตัวนายกรัฐมนตรี “ไอ้อภิสิทธิ์” มาให้ได้
ผมรู้สึกใจหาย ระคนหดหู่ใจที่มองหาตำรวจ (กับทหาร) ไม่เห็นเลย
เมื่อผมกลับมาถึงบ้านเวลาคงจะผ่านไปนานแล้ว ถึงได้ชมภาพทางทีวีพร้อมกับผู้คนทั่วประเทศว่า ขบวนรถของนายกรัฐมนตรีและบุคคลสำคัญถูกทำร้ายอย่างไร โดยที่ทั้งตำรวจ (และทหาร) ได้แต่ยืนดู เหตุการณ์เหมือนกับผมอยู่ในตอนนั้น
และนี่น่าจะคือจุดพลิกผันที่ทำให้เหตุการณ์ร้ายต้องสงบจบลงภายในเวลาอันรวดเร็ว เมื่อต่อมาคนกรุงเทพฯ ส่วนหนึ่งได้ตระหนักถึงภัยที่กำลังคุกคามตนอยู่ เช่นเดียวไม่ต่างกันกับนายกรัฐมนตรีของ ประเทศ
คนกรุงเทพฯ พวกนี้ต่างหากที่มีส่วนทำให้บ้านเมืองสงบลง ไม่ใช่คนที่ (ดัดจริต) พร่ำพูดถึงแต่เรื่อง ความไม่รุนแรง ห่วงแต่เรื่องจีดีพีและธุรกิจท่องเที่ยว (ของตน) และแม้กระทั่งห่วงถึงว่าจะเล่นน้ำวันสงกรานต์ สนุกกันได้ยังไง อย่างนี้ก็มี
ถ้าหากว่าคนไทยยังเสแสร้งทำเป็นไม่รู้ว่าใครคือพระ คือมาร (เพราะก็มีพระไปร่วมด้วย) หรือว่าขาดความกล้าที่จะชี้ว่าใครคือหัวหน้าพญามารที่ทำลายประเทศ ทั้งที่เห็นบ้านเมืองยับเยินอยู่ต่อหน้าอย่างนี้แล้ว อีกไม่ช้าไม่นานเหตุร้ายเช่นนี้ก็จะต้องบังเกิดขึ้นกับประเทศอีกแน่นอน
เมื่อเหตุการณ์สงบแล้วสำหรับ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านผู้นำประเทศผมขอยกเอาข้อเขียนของคุณเปลว สีเงิน ในหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์เมื่อวันสงกรานต์ที่ผ่านมาเสริมให้กำลังใจกันไว้ มีความหนึ่งว่าดังนี้ครับ
"นายกฯ อภิสิทธิ์ กำลังเรียนรู้การเป็นผู้นำที่สมบูรณ์ด้วยประสบการณ์ และครั้งนี้ถือว่าเป็นโอกาสทองที่ได้เหตุการณ์ล้ำค่ามาเป็นเบ้าหลอม ด้วยความร้อนระดับ 10,000 องศาฟาเรนไฮต์ ถ้านายกฯ อภิสิทธิ์ พิชิตได้ก็จะกลายเป็นผู้นำเหนือจุดหลอมละลายจากความร้อนใดๆ ในโลก”
ระหว่างเหตุร้ายของบ้านเมือง คุณเปลว สีเงิน นับว่าเป็นนักหนังสือพิมพ์ผู้กราบไหว้ได้คนหนึ่ง ขอให้ “ไทยโพสต์” ของคุณพี่จงขายดีรุ่งเรืองต่อไปเถิดครับ



