
สงครามยังไม่จบ
นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ผ่านการทดสอบของการเป็นผู้นำในยามที่ประเทศอยู่ในสภาวะวิกฤติ เมื่อตัวเองถูกอันธพาลการเมืองเสื้อแดงปิดล้อมหวังทำร้ายหรือสังหารให้ตายในระยะเวลาติดกัน คือ ที่พัทยา จ.ชลบุรี และในกระทรวงมหาดไทย แทบเอาตัวไม่รอด เพราะความหย่อนย
การทดสอบแบบสุดยอดของภาวะผู้นำคือการตั้งรับกับสถานการณ์การก่อจลาจลโดยกลุ่มคนเสื้อแดงทั่วเมืองหลวง ซึ่งสร้างความปั่นป่วนให้ประชาชนต้องรับความเดือดร้อน รวมทั้งการเสี่ยงภัยการก่อการร้ายสารพัด แต่นายกฯ อภิสิทธิ์ ไม่ขาดสติ ตั้งมั่น และไม่ยอมถูกกดดันชักจูงโดยผู้อยู่รอบข้าง เชื่อมั่นในความคิด สัญชาตญาณของตัวเอง และใช้วิกฤติให้เป็นโอกาสกระชากหน้ากากนักโทษหนีคุก “ทักษิณ ชินวัตร” ซึ่งยกระดับตัวเองเป็นนักปฏิวัติมวลชน แต่ในความเป็นจริงนั้น “ทักษิณ” เพียงหลอกให้ชาวบ้านมาทนทุกข์และละเมิดกฎหมายบ้านเมืองเพื่อให้ตัวเองรอดพ้นจากโทษและทวงสมบัติคืน
เป็นความถูกต้องที่นายกฯ อภิสิทธิ์ ยังคงอำนาจภายใต้พระราชกำหนดประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินไว้ เพื่อจัดการกับภารกิจที่ยังคั่งค้าง เพราะมวลชนเสื้อแดงยังไม่ยอมเลิกราแผนชั่วร้ายทำลายแผ่นดิน และยังเป็นการกำชับข้าราชการเกียร์ว่างให้ทำงานอย่างจริงจัง รวมทั้งยังมีอำนาจโยกย้ายข้าราชการระดับสูงซึ่งนายกฯ กระทำการเองไม่ได้ในสภาวะปกติ
นายกฯ อภิสิทธิ์ยังสามารถใช้อำนาจกำหนดทิศทางรูปแบบของการฟื้นฟูความสงบเรียบร้อยในการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ติดตามตัวแกนนำคนเสื้อแดงให้มารับโทษ เพราะยังไม่สิ้นฤทธิ์แถมยังมุดลงใต้ดินไปเดินเกมโค่นล้มที่เสี่ยงและแหลมคม ที่จะทำให้ผู้คนในสังคมแตกแยก ไปคนละทิศละทาง ซึ่งการใช้อำนาจที่จะใช้ก็ต้องให้เด็ดขาด เพื่อให้บ้านเมืองสงบ สันติอย่างแท้จริง
เหมือนอย่างที่ก่อนหน้านี้ ที่นายกฯ อภิสิทธิ์ เคยลั่นวาจาเอาไว้ว่า จะใช้หลักนิติรัฐ นิติธรรม อันเป็นพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย ที่มีอยู่อย่างเต็มที่ เพื่อให้ประเทศกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด ซึ่งการจะทำเช่นนั้นได้ นายกฯ อภิสิทธิ์จะต้องไตร่ตรองหาวิธีการ และเลือกใช้คนให้ถูกที่ ถูกกับงานอย่างแท้จริง ที่สำคัญอย่าให้ "เกมการเมือง" เข้ามาเกี่ยวพันชี้นำการแก้ปัญหาประเทศเหมือนอย่างที่เคยพลาดมาแล้ว
นายกฯ อภิสิทธิ์ ต้องเดินหน้าสร้างความปรองดองอย่างอดทน อดกลั้น เพื่อให้คนไทยทั้งชาติยุติการแบ่งสี แบ่งค่าย เพื่อให้สงครามยุติลงโดยเร็วที่สุด เพราะต่างก็รู้ว่า บาดแผลครั้งนี้บาดลึกกว่าปกติ วิธีคิด และวิธีทำ จะต้องละเอียดรอบคอบ เพราะคนอีกกลุ่มนั้นอ่อนไหว พร้อมที่จะคิดต่าง เพราะบ้านเมืองเรานั้นบอบช้ำมากจนน่ากลัวว่า หากเกิดความแตกแยกขึ้นอีกเพียงครั้งเดียว ก็อาจล่มสลายได้ทุกเมื่อ



