คอลัมนิสต์

เศรษฐศาสตร์ระดับเบสิก

เศรษฐศาสตร์ระดับเบสิก

16 เม.ย. 2552

ระหว่างการฉลองเทศกาลสงกรานต์ซึ่งหยุดงานกันยาวเหยียดปีนี้ผมมีโอกาสสังสรรค์กับผู้คนหลายระดับ หลายหมู่เหล่า เป็นที่น่าสังเกตว่าถ้าทุกกลุ่มถกกันถึงเรื่องเศรษฐกิจของบ้านเมืองก็จะต้องเอ่ยถึง “จีดีพี” กันทั่วไป แต่ความเข้าใจในความหมายของจีดีพีแต่ละคนนั้นไม่เหมื

 ต่อไปนี้คือเรื่องที่ผมทบทวนและทำความเข้าใจกับตัวเองเกี่ยวกับคำว่า “จีดีพี”

 คำว่า จีดีพี เป็นคำย่อจากคำภาษาอังกฤษว่า กรอสส์ โดเมสติก โพรดักท์ แปลว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์ใช้เป็นมาตรวัดขนาดของเศรษฐกิจของประเทศใดประเทศหนึ่ง

 ถ้าจะให้เข้าใจความหมายของจีดีพีให้ถ่องแท้ก็ไม่มีใครอธิบายความได้ดีเท่าปรมาจารย์ทางเศรษฐศาสตร์ชาวอังกฤษ ชื่อ จอห์น เมนาร์ด เคนส์ ท่านได้ให้อรรถาธิบายความหมายของจีดีพีไว้ในรูปสมการตั้งแต่เมื่อ 80 ปีที่แล้วดังนี้

 GDP = C +I+G +(X-M)
 C = ปริมาณการบริโภคของประชากรในประเทศนั้นๆ โดยกำหนดเป็นตัวเงิน
 I= ปริมาณการลงทุนของภาคเอกชน
 G= การใช้จ่ายของรัฐบาล
 X = มูลค่าส่งออกรวมทั้งรายได้ที่เกิดจากการท่องเที่ยวและรายได้จากการให้บริการต่างๆ
 M = มูลค่านำเข้า รวมทั้งค่าใช้จ่ายบริการที่ต้องจ่ายไปนอกประเทศและค่าใช้จ่ายนักท่องเที่ยวที่ออกไปเที่ยวยังต่างประเทศ

 ตามสมการง่ายๆ เช่นนี้อธิบายความได้ว่า ถ้าต้องการให้จีดีพีเติบโตก็จะต้องทำให้ปัจจัยทั้ง 4 ตัวไม่ว่าจะเป็นการบริโภคภายในประเทศหรือการใช้จ่ายของรัฐบาลเพิ่มปริมาณขึ้นและดูเป็นแนวทางว่ารัฐบาลในหลายประเทศที่กำลังประสบวิกฤติทางเศรษฐกิจอยู่ขณะนี้ต่างก็ “ปั๊มเงิน” เข้าไปในระบบเศรษฐกิจโดยหวังว่าจะทำให้จีดีพีเติบโต

 ดูจากรัฐบาลไทยที่ได้ใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบที่หนึ่ง มีการแจกเงินพวกมีรายได้ต่ำกว่าเดือนละ 1.5 หมื่นบาท คนละ 2,000 บาทนั้นก็หวังว่าประชาชนที่ได้รับจะนำไปใช้จ่ายทำให้ตัว “C” เพิ่มขึ้น หรือตามแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 2 จะมีการลงทุนในโครงการของรัฐจำนวนมหาศาลก็เพื่อจะหวังให้ตัว “G” คือการใช้จ่ายของรัฐเพิ่มขึ้น แล้วจะทำให้จีดีพีสูงขึ้น

 วิธีคิดเช่นนี้ถูกต้องตามหลัก “คณิตศาสตร์” อย่างไม่มีใครเถียงได้เพราะในหลักของสมการนั้นถ้าเพิ่มตัวเลขทางขวามือก็ย่อมทำให้ตัวเลขทางซ้ายมือเพิ่มขึ้น (ให้ท่านลองนึกถึงภาพสมการดู)

 แต่ในความเป็นจริงทางเศรษฐกิจนั้นหาเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะพฤติกรรมของมนุษย์ไม่มีใครพยากรณ์ได้แน่นอน เช่น ได้เงิน 2,000 บาทไปแล้วอาจจะไม่ใช้ จีดีพีก็ไม่โตอย่างที่คาด นักเศรษฐศาสตร์สมัยใหม่นอกกระแสหลักกล่าวเตือนไว้

 นักเศรษฐศาสตร์อีกนั่นแหละยืนยันว่า เศรษฐกิจของแต่ละประเทศจะเจริญมั่นคงนั้น ไม่ใช่เพราะเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า หรือทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์แต่เพราะประเทศนั้นๆ จะต้องมีรัฐบาลที่ทำหน้าที่ได้เต็มที่อย่างมีประสิทธิผล

 ประเทศไทยเรามีรัฐบาลเช่นนี้หรือยัง

 

นายหนูใหญ่ [email protected]