
การเมืองเรื่องความตาย
ในช่วงที่ผ่านมา คำว่า "สันติวิธี" กลายเป็นคำที่เป็นที่นิยมมากในการพูดคุยและปฏิบัติการทางการเมือง
เราจึงพบกับ "อุตสาหกรรมสันติวิธี" ทั้งในแง่ของการผลิตและให้ทัศนะของนักสันติวิธี การอบรมสันติวิธี และการอ้างว่าวิธีการในการต่อสู้นั้นเป็นวิธีการตามสันติวิธี
สิ่งที่เราพบท่ามกลางปรากฏการณ์สันติวิธีนิยม นั้นมีอย่างน้อยสองประการ ในประการแรก คือ เราพบคำว่าสันติวิธีนั้นกว้างขวางครอบคลุมไปหมด ถ้ามีการอ้างตนว่าเป็นผู้รู้เรื่องสันติวิธี แล้วไปวิจารณ์ว่าการเคลื่อนไหวของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่เป็นสันติวิธี ก็จะถูกวิจารณ์ว่า หอคอย หรือไม่เข้าใจสถานการณ์จริง
ในประการที่สอง เราจะพบว่า สันติวิธีนั้นเป็นเรื่องของวิธี/เทคนิค คือสันติวิธีนั้นเป็นวิธีให้ได้บรรลุผลทางการเมือง แต่การเมืองที่ใช้วิธีที่เรียกว่าสันติอาจไม่ใช่การเมืองแบบสันติสุข เพราะสันติสุขและสันติธรรมอาจไม่ใช่เป้าหมายของการต่อสู้แบบสันติวิธี เพราะเป้าหมายอาจเป็นเรื่องของการทำให้ความต้องการ ความเชื่อ และความจริงในแบบของคนกลุ่มที่เคลื่อนไหวนั้นเป็นความจริงของคนทุกกลุ่ม
แต่สิ่งที่ปรากฏขึ้นในช่วงเวลา "สงกรานต์เดือด" นี้ทำให้เราต้องคิดกันมากขึ้นเข้าไปอีก เพราะว่าประเด็นอาจไม่ใช่เรื่องสันติวิธีในฐานะเทคนิควิธีในการเคลื่อนไหว และอาจไม่ใช่เรื่องของภาพในอนาคตว่า อะไรคือสิ่งที่เราเรียกว่าสภาวะสันติสุข และสันติธรรม หากแต่อยู่ที่เรื่องของความเข้าใจเรื่องของความรุนแรงที่เกิดขึ้นในปัจจุบันต่างหาก
ผมมีกรณีศึกษาสี่เรื่องที่อยากจะเล่าให้ฟัง
1.พิธีกรในรายการทีวี เอ่ยถามนักสันติวิธีว่า การที่รัฐเข้าควบคุมสถานการณ์นั้น ถือเป็นการใช้ความรุนแรงหรือไม่
2.เพื่อนของผมที่เป็นนักข่าว ถามผมว่า ข่าวต่างประเทศมีการพูดถึงการเสียชีวิตมั้ย เพราะไม่อยากให้ฝ่ายใดโกหกหรืออ้างว่ามีคนตาย หรือไม่มีคนตาย และการส่งภาพคนตาย ของฝ่ายเสื้อแดงตามสื่อ (ภาพไม่สามารถบอกว่าตาย แต่คำอธิบายบอกว่าตาย)
3.มีการแสดงความไม่พอใจเรื่องการใช้รถแก๊สขวางถนน
4.มีการรายงานการเสียชีวิตของ "ชาวบ้าน" สองคนจากพวก "เสื้อแดง" ที่เข้ามาใช้ความรุนแรง จนต้องมีการปกป้องและตอบโต้ตามมา
ประเด็นก็คือ "กติกา" (rule of the game) ในการต่อสู้และช่วงชิงมวลชน ช่วงชิงพื้นที่ข่าว และช่วงชิงความชอบธรรมที่จะกำหนดชัยชนะของทุกฝ่าย (คือ ของรัฐ ของเสื้อแดงและสื่อ) กลับมีฉันทามติที่ตรงกันอย่างไม่น่าเชื่อ ว่า "เจ็บได้แต่ห้ามตาย" ถ้าฝ่ายใดตาย ฝ่ายที่ถูกกล่าวหาว่าทำให้ตายก็ถือว่าพ่ายแพ้ในการต่อสู้
การบาดเจ็บ ไม่ใช่ความสูญเสียหลักที่ถูกนำมาคาดคำนวณ แต่ความน่ากลัวจากรถแก๊ส และการเสียชีวิตได้กลายเป็นปัจจัยหลักในการวัดผลชัยชนะ รวมไปถึงการเข้าไปทำร้ายกับ "ผู้บริสุทธิ์" ที่หมายถึง "ชาวบ้าน" และ "บริษัท-ห้างร้าน" (ตรงตัวตามคำว่า "ชีวิตและทรัพย์สิน")
เหมือนกับที่เพื่อนผมพยายามหาหลักฐานยืนยันในข่าวต่างประเทศว่า มีการรายงานคนตายมั้ย แต่ลืมดูว่า ทุกพาดหัวข่าวของข่าวต่างประเทศ เขาพาดตรงกันและเนื้อข่าวหลักคือ มีการใช้อาวุธปืนของทหารในการปราบปรามภายใต้กฎหมายพิเศษ และมีผู้บาดเจ็บ
สรุปแบบนี้ก็แล้วกันว่า สื่อต่างประเทศและต่างชาติไม่เข้าใจว่าในเมืองไทยนั้นความรุนแรงวัดกันที่ความตาย และการทำลายทรัพย์สิน ไม่ใช่เรื่องของความบาดเจ็บ และไม่มีเรื่องราวรายละเอียดของที่มาจากการบาดเจ็บในแต่ละรายเป็นที่น่าสนใจ
และไม่มีข้อสงสัยว่าการเคลียร์พื้นที่ของฝ่าย "บังคับใช้กฎหมายในสถานการณ์พิเศษ" นั้นเป็นไปตามขั้นตอนอย่างไร เพราะขั้นตอนไม่เคยถูกตั้งคำถามตั้งแต่แรก...



