
ฟื้นฟูภาพลักษณ์ไทยกันใหม่อีกสักครั้ง
หลังจากที่มีการประกาศเลื่อนการประชุมที่พัทยาในวันเสาร์ที่ผ่านมา ประเทศไทยต้องเสียหน้าอีกครั้ง คงไม่มีอะไรอีกแล้วที่จะทำให้คนไทยเจ้าของประเทศหดหู่ถึงขนาดนี้ ใครก็ตามที่ได้ประกาศชัยชนะต่อสิ่งที่ได้เกิดขึ้นต้องถือว่าเป็นคนสิ้นสติ
รัฐบาลของนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ให้นโยบายชัดเจนว่าห้ามใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบเด็ดขาด คือใช้ไม้นวมไว้ก่อน ในทุกๆ สถานการณ์ แน่นอนที่สุดในกรณีหน้าสิ่วหน้าขวานที่เกิดขึ้น นายกฯ คนนี้เห็นชัดว่าการประชุมซัมมิตนั้นเลื่อนได้ ดีกว่าการเสียชีวิตหรือเลือดเนื้อ
มันเป็นสาเหตุหลักทำให้ผู้ประท้วงได้ใจและได้คืบรุกเข้าไปในสถานที่ประชุมอาเซียนเรื่อยๆ จนรัฐบาลรับมือไม่ได้เพราะกลัวว่าผู้นำมาประชุมอาจจะได้รับอันตราย จึงประกาศภาวะฉุกเฉินเพียงห้าชั่วโมงกว่าเท่านั้น ซึ่งเริ่มหลังบ่ายสองโมงเมื่อวันเสาร์ แล้วยกเลิกคำประกาศช่วงหนึ่งทุ่ม หลังจากผู้นำได้เดินทางออกนอกประเทศเรียบร้อยแล้ว มีคำขอโทษต่อผู้นำเต็มไปหมด
ที่น่าเห็นใจที่สุดคือนายกรัฐมนตรีจีน เหวิน เจี่ยเป้า มาครั้งนี้ไม่ได้อะไรติดกลับไปบ้าน การพบปะทวิภาคีที่วางแผนมาทั้งหมดได้ถูกยกเลิกหมดสิ้น ผู้นำคนอื่นมีโอกาสพบปะกันเพราะอยู่ในโรงแรมเดียวกัน
ในการจัดประชุมอาเซียนครั้งต่อไปที่จะมีขึ้นอีกในเดือนตุลาคม รัฐบาลไทยจะต้องล็อบบี้และสร้างความไว้วางใจและความเชื่อมั่นให้สมาชิกอาเซียนและคู่เจรจากันอีกมาก ครั้งนี้ในฐานะเจ้าภาพเราได้สร้างความเดือดร้อนให้ผู้นำประเทศต่างๆ บางคนรู้สึกไม่ดีเพราะเหมือนถูกจับเป็นตัวประกัน ออกไปไหนไม่ได้ โชคดีสำหรับผู้นำบางคนที่ยังมาไม่ถึง เลยไม่ต้องเสียเวลา
วิกฤติการเงินและเศรษฐกิจครั้งนี้ อาจต้องใช้เวลาอีกนานถึงจะฟื้นตัวได้อย่างครบถ้วน เพราะทั้งโลกต้องรับกรรมเหมือนกันหมด การเลื่อนประชุมครั้งนี้จะส่งผลร้ายระยะยาวต่อไทย ทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวหรือแหล่งการลงทุนในภูมิภาค
ต่อไปนี้เราต้องช่วยกันฟื้นฟูภาพลักษณ์ประเทศไทยกันใหม่ อย่าเพิ่งท้อแท้ใจนะครับ ประเทศไทยมีของดีเยอะแต่บังเอิญพวกขยะมูลฝอยมันลอยโผล่เต็มแม่น้ำไปหมด ต้องอดทน ไทยเป็นสังคมเปิด มีเสรีภาพ สามารถฟื้นตัวกลับได้เร็ว ยังไม่จนตรอก
ประเทศไทยเคยตกต่ำ สร้างความผิดหวังมากมายหลายครั้งสำหรับคนไทยและชาวต่างประเทศ แต่ในเวลาต่อมาไทยเราก็สามารถเด้งกลับมาสภาพปกติเช่นเดิม สามเดือนของรัฐบาลอภิสิทธิ์ เราเริ่มมีเสถียรภาพทางการเมืองและดึงดูดการลงทุน
คนไทยทุกคนต้องทำตัวเป็นทูตประชาชนและพยายามทุกโอกาสที่จะอธิบายให้คนภายนอกได้รับทราบถึงสภาพความเป็นจริงของเรา เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง



