
ผู้สูญเสีย
ความวุ่นวายซึ่งเกิดขึ้นที่โรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท เมืองพัทยา เมื่อวันที่ 11 เมษายน จนส่งผลให้ต้องยุติการประชุมสุดยอดอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา นับเป็นความสูญเสียครั้งสำคัญของประเทศไทย ทั้งในการแสดงให้ชาวโลกเห็นถึงศักยภาพ
และความเป็นผู้นำในระดับภูมิภาคของไทย รวมทั้งโอกาสในการประชาสัมพันธ์ประเทศไทยต่อสายตาของนักท่องเที่ยว นักลงทุน และนักธุรกิจนานาชาติ อันจะมีส่วนสำคัญในการช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจของชาติในภาวการณ์ปัจจุบัน
ตำแหน่งประธานอาเซียน ซึ่งประเทศไทยดำรงอยู่ในเวลานี้นั้น เป็นตำแหน่งที่หมุนเวียนไปในหมู่ประเทศสมาชิกของอาเซียน ซึ่งกว่าจะวนกลับมาถึงประเทศไทยอีกครั้งนั้นก็เป็นเวลาถึงหนึ่งทศวรรษ และการยกเลิกการประชุมสุดยอดอาเซียนคราวนี้ ใช่เพียงการล้มเหลวของการประชุมปรึกษาหารือร่วมกันของผู้นำประเทศอาเซียนทั้ง 10 ประเทศเท่านั้น หากแต่ยังรวมถึงการประชุมระดับโลกอีก 9 การประชุม
อันได้แก่ การประชุมสุดยอดอาเซียน-จีน การประชุมสุดยอดอาเซียน-เกาหลีใต้ การประชุมสุดยอดอาเซียน-ญี่ปุ่น การประชุมสุดยอดอาเซียน-จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น หรืออาเซียน บวก 3 การประชุมสุดยอดอาเซียน-อินเดีย การประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก การประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกกับผู้นำสถาบันการเงินระหว่างประเทศ การประชุมสุดยอดอาเซียน-สหประชาชาติ และการประชุมอาเซียน โกลบอล ไดอะล็อก ซึ่งผู้เข้าร่วมการประชุมนอกจากผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนแล้ว ยังประกอบด้วยผู้นำจีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เลขาธิการสหประชาชาติ ผู้อำนวยการธนาคารโลก และผู้อำนวยการสถาบันการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ)
โดยประเด็นสำคัญประการหนึ่งของการประชุม ก็เพื่อแสวงหาหนทางในการต่อสู้กับวิกฤติการณ์เศรษฐกิจโลก และการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ ที่ประเทศในเอเชียประสบอยู่ ความล้มเหลวของการประชุมจึงมิได้ส่งผลต่อสถานภาพของรัฐบาลไทยในฐานะผู้จัดการประชุมเท่านั้น หากยังมีผลกระทบต่อเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของประเทศไทยและคนไทย ในฐานะที่เป็นเจ้าภาพด้วย ที่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ โอกาสที่ผู้นำอาเซียนกับเลขาธิการสหประชาชาติจะถกแถลงถึงปัญหาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และผู้นำประเทศเอเชียตะวันออกจะพูดคุยกับผู้นำสถาบันการเงินระหว่างประเทศ ซึ่งวาระที่ผมกล่าวมานี้ คงยากที่เกิดขึ้นได้บ่อยๆ และการสูญเสียโอกาสในครั้งนี้ ผู้สูญเสียก็คงไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยประเทศเดียว หากเป็นประเทศสมาชิกอาเซียนทุกประเทศ ประเทศคู่เจรจาของอาเซียน อันได้แก่ จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ และประชาชนของประเทศเหล่านั้น
ในส่วนของประเทศไทย มีการประเมินว่า ความวุ่นวายและการประกาศภาวะฉุกเฉินที่พัทยา จะทำให้พัทยาซึ่งปกติมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวปีละ 8.5 ล้านคน ประสบการขาดรายได้ในชั้นต้นประมาณ 1 หมื่นล้านบาท จากการที่โรงแรมต่างๆ ถูกยกเลิกการจองห้องพัก และหากสถานการณ์ในประเทศยังไม่คลี่คลายลง ความเสียหายก็น่าจะสูงถึง 1 แสนล้านบาท เนื่องจากการลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยว และคงต้องใช้เวลา 6-9 เดือน กว่าจะฟื้นตัวใหม่
คงไม่มีใครสามารถตอบได้ในขณะนี้ว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยที่กำลังย่ำแย่จะทรุดลงอีกเพียงไร หากประสบปัญหาเรื่องการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศ และคงไม่มีใครตอบได้เหมือนกันว่าประเทศไทยจะสามารถแก้ตัวด้วยการจัดการประชุมสุดยอดอาเซียน และการประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้ทันในปีนี้หรือไม่ หรือจะต้องโอนให้เวียดนามเป็นเจ้าภาพแทนในปีหน้า
แต่คำถามที่คนไทยทุกคนต้องการคำตอบมากที่สุดในตอนนี้ก็คือ ความวุ่นวายทางการเมือง และเหตุการณ์ที่น่าสลดใจในช่วงสงกรานต์ปีนี้ จะจบลงอย่างไร
ใครก็ได้ช่วยตอบทีเถอะครับ



