
กฎหมาย-กฎหมู่
ตลอด 3-4 วันที่ผ่านมา บ้านเมืองไทยกลับเข้าสู่กลียุคอีกครั้ง กฎหมายไม่สามารถนำมาใช้บังคับกับคนกลุ่มหนึ่งได้อีกต่อไป เป็นเหมือนกระดาษปึกใหญ่ที่ไร้ความศักดิ์สิทธิ์
การปิดเส้นทางจราจรรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ส่งผลให้การจราจรในกรุงเทพฯ เป็นอัมพาตอย่างหนักกลายเป็นความชอบธรรมอย่างหนึ่ง
การบุกเข้าไปในกระทรวงมหาดไทย ทุบตีทำร้ายร่างกายเลขาธิการนายกรัฐมนตรีจนหัวร้างข้างแตก ซี่โครงหัก ทุบทำลายข้าวของและรถยนต์ เป็นสิ่งที่ได้รับการยอมรับว่าทำได้ ไม่ผิดกฎหมาย
หรือแม้แต่การเผาทำลายรถเมล์ สิ่งปลูกสร้าง อาคารกระทรวงศึกษาธิการ ตลอดจนการเผายางรถยนต์ในหลายจุด กลายเป็นตัวแทนของการแสดงออกทางประชาธิปไตยอย่างน่ายกย่อง
ประเทศชาติจะยังคงเป็นเอกราชอยู่ได้ก็ด้วยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ศูนย์รวมจิตใจคนไทยทั้งชาติ มีศาสนาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางอารมณ์ และมีกฎหมายไว้ให้คนทั้งหลายประพฤติปฏิบัติตาม
แต่ดูเหมือนว่าในห้วงเวลาที่กล่าวถึงข้างต้นนี้ มีคนกลุ่มหนึ่งได้ละเลยที่จะไม่ปฏิบัติตาม เช่นนี้แล้วบ้านเมืองจะอยู่รอดได้อย่างไร ?
การอ้างสิทธิ์บนความชอบธรรมที่ว่า ในเมื่อคนกลุ่มหนึ่งยึดสถานที่ราชการได้ ทำลายข้าวของได้ คนกลุ่มนี้ก็ทำได้ ยึดได้เช่นเดียวกัน ไม่ใช่ปัจเจกชนพึงปฏิบัติ เป็นได้เพียงอันธพาลที่ไม่มีสามัญสำนึกและขาดซึ่งวุฒิภาวะ
เมื่อรู้ทั้งรู้ว่าสิ่งที่คนกลุ่มหนึ่งทำแล้วผิดกฎหมาย ผิดแบบแผน จารีต และส่งผลกระทบโดยรวมต่อประเทศแล้ว ยังดื้อดึงทำผิดอีกก็ไม่ต่างอะไรกับว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง
เป็นคนกลืนน้ำลายตัวเอง เป็นจิวยี่ผู้ถ่มน้ำลายรดฟ้า รังแต่ผลนั้นจะกลับมาหาตัวเอง
โดยกระบวนการทางกฎหมายแม้จะล่าช้าอยู่บ้าง แต่คนกลุ่มแรกก็กำลังได้รับผลทางกฎหมายอยู่ ส่วนกรณีหลังนี้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองก็คงต้องว่ากันไปอีก กว่าจะเสร็จครบถ้วนกระบวนความก็คงอีกนานโข
แต่ในเมื่อเราตระหนักถึงความเป็นศิวิไลซ์ในสังคมและผู้คนในบ้านเมืองแล้ว เราก็ต้องเคารพกฎหมาย เชื่อมั่นในกฎหมาย และปฏิบัติตนให้อยู่ใต้กรอบของกฎหมาย
ไม่เช่นนั้นเราจะมีกฎหมายไว้ทำไม รู้สึกไม่พอใจอะไรก็เกณฑ์คนหมู่มากใช้กฎหมู่ให้รู้แล้วรู้รอดไป
ถามจริงๆ เราจะปล่อยให้สังคมไทยเป็นเช่นนี้ละหรือ !?!
มัธยัสถ์ อินมา
[email protected]



