
น่าสมเพชจริงๆ
รัฐบาลประชาธิปัติย์เป็นแกนนำ ประชาชนรักคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพียงคนเดียว ให้กำลังใจและให้อภัยพรรคประชาธิปัตย์ไปร่วมมือกับ "คนน่ารังเกียจ" ที่ประชาชนตราหน้าว่า
"เป็นโจรร้าย" ทั้งนั้นจัดตั้งรัฐบาลเพื่อบริหารบ้านเมืองนำพาประเทศไทยและประชาชนฝ่าฟันวิกฤติทั้งการเมืองและเศรษฐกิจที่ครอบคลุมสังคมไทยอยู่ในขณะนี้
ด้วยความหวังว่าคุณอภิสิทธิ์จะแสดงศักยภาพของความเป็นผู้นำประเทศเพื่อประโยชน์ของประชาชน มิใช่ประโยชน์ของพรรคหรือของพวกพ้อง
แต่นั่นน่าสมเพชประเทศไทยและพวกเราประชาชนตาดำๆ จริงๆ
จะขอลำดับเหตุการณ์ให้พิจารณา
เมื่อได้โปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ให้คำมั่นสัญญากับประชาชนว่าจะเลือกคนดีมีความสามารถเป็นองค์ประกอบของรัฐบาลและได้รัฐมนตรีที่ประชาชน เห็นแล้วยี้ ท่ามกลางข่าวลือว่ามีการใช้เงินทองยัดให้แก่ผู้มีอำนาจคัดเลือกเป็นรัฐมนตรีจากพรรคต่างๆ ให้คำมั่นสัญญาว่าจะใช้กฎเหล็กกับบรรดารัฐมนตรีที่มาร่วมเป็นรัฐบาลหากส่อทุจริต ผลรัฐมนตรีจากพรรคประชาธิปัตย์ออกลายก่อนเพื่อนเลย ปลากระป๋องเน่า นมบูด ในลักษณะกินเล็กกินน้อย ทำขึงขังจะทำความจริงให้ปรากฏ แต่เงียบหาย !
รัฐมนตรีจากพรรคร่วมรัฐบาล สวนหมัดนายกรัฐมนตรี ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีกรณีถูกสงสัยว่าหาผลประโยชน์จากการสั่งย้ายการบินไทยจากดอนเมืองมาอยู่สุวรรณภูมิ และไม่ให้ราคาคอของนายกฯ ที่ให้ชะลอไว้ก่อน ย้ายเลยจะทำไม?
ข้ามเลยมาถึงเหตุการณ์การประชุมอาเซียน +3, +6 และ + อะไรอีกจิปาถะ ล่มไม่เป็นท่าที่พัทยา เพราะตำรวจแสดงความไร้น้ำยาหรือไม่ก็ต้องการให้คุณอภิสิทธิ์และรัฐบาลชุดนี้หน้าแตก และเป็นตัวตลกในสังคมอาเซียนและสังคมโลก ตั้งแต่มีประเทศไทยมา ครั้งนี้เป็นครั้งแรกสำหรับการประชุมนานาชาติ อันเนื่องมาจากความแค้นหัวหน้าพรรคกรณี 7 ตุลาคม 2551
การปล่อยให้คุณอภิสิทธิ์ นายกรัฐมนตรีของประเทศไทยถูกกลุ้มรุมเพื่อจะทำร้ายที่พัทยาและในกระทรวงมหาดไทย รวมทั้งการแถลงมาตรการสำหรับการปฏิบัติตามพระราชกำหนดภาวะฉุกเฉินฯ ที่มีแม่ทัพนายกองอยู่พร้อมหน้าแต่ไร้ร่องรอย ผบ.ตร. โดยมีผู้แทนหน้าอูมผมขาวที่ตำรวจเกลียดกันทั้งกรม อ้างว่าไปตรวจสถานการณ์การชุมนุมคนเสื้อแดง มันน่าเกลียดจริงๆ ที่ยังไม่รู้สึกสำนึก
คมพิทักษ์ราษฎร์



