
อีกหนึ่งบทเรียนราคาแพง
ไม่ว่าผลสุดท้ายของปัญหาการเมืองสำหรับรัฐบาลซึ่งเกิดขึ้นโดยการปลุกปั่นยุยงของแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง เครือข่ายสมุนของนักโทษหนีคุก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หลอกล่อให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อของโฆษณาชวนเชื่อและบิดเบือนข้อมูล สร้างความปั่นป่วนในบ้านเมือง จะลงเอยอย่างไร
เหตุร้ายยืดเยื้อกว่า 2 สัปดาห์ ย่อมเป็นบทเรียนราคาแพงของคนไทย เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้นมีผลกระทบกว้างขวางต่อความมั่นคงของการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และความเชื่อมั่นของประชาชน ทำให้ความพยายามแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจยุ่งยากและใช้เวลา ทรัพยากรมากกว่าเดิม
ข้อเรียกร้องของแกนนำเสื้อแดงและนักโทษหนีคุกนั้นย่อมไม่มีทางได้รับการตอบสนอง เพราะประชาชนทั่วไปเห็นชัดว่านอกจากไร้เหตุผล ขาดสติแล้ว ยังเป็นการจาบจ้วงล่วงเกินพระราชอำนาจ และมุ่งล้มล้างสถาบัน โดยพฤติกรรมเหิมเกริมเหมือนกับการก่อการโดยกลุ่มผู้นิยมลัทธิคอมมิวนิสต์ ไม่ว่าจะเป็นถ้อยคำ การกระทำ หรือข้อเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในแผ่นดิน
นอกจากนั้น ข้อเรียกร้องยังมีการกระทำข่มขู่ คุกคาม ก้าวร้าว แฝงไว้ซึ่งเจตนาร้าย สร้างความรุนแรงให้เกิดขึ้นในบ้านเมือง เหตุจากการชุมนุมขยายตัวเป็นเพราะรัฐบาลละเลยเพิกเฉยต่อพฤติกรรมร้ายของแกนนำเสื้อแดง ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวข้องกับการให้ความกระจ่างแก่ประชาชนไม่ใช้สื่อของรัฐ อาจเป็นเพราะความขลาดเขลา หรือเหตุผลอันใด ก็ไม่มีคำชี้แจงอธิบายสำหรับความล้มเหลวในด้านนี้ จำเป็นต้องจ่ายค่าเสียหายในราคาแพง ในความพยายามแก้ไขวิกฤติต่างๆ
เมื่อความพยายามล้มล้างสถาบันหลักของชาติไม่สำเร็จ กลุ่มเครือญาติผู้วางแผนร้ายต่างพากันหลบหนีไปต่างประเทศ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลในการใช้ความเด็ดขาดเพื่อจัดการกับตัวการและผู้สนับสนุนหลัก รวมทั้งผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เช่น กลุ่ม ส.ส.พรรคเพื่อไทย ซึ่งเข้าร่วมในการใช้ถ้อยคำจาบจ้วง หมิ่นประมาทผู้อื่นอย่างรุนแรง สมรู้ร่วมคิดในแผนล้มล้างสถาบันหลัก ไม่สมควรได้รับเงินเดือนจากภาษีของประชาชนอีกต่อไป
พฤติกรรมของแกนนำกลุ่มเสื้อแดงย่อมเป็นที่ประจักษ์ต่ออัยการซึ่งก่อนหน้านี้มีมติสั่งไม่ฟ้องกลุ่มนี้ในการนำพามวลชนเสื้อแดงรุมทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเดินทางไปใส่ร้ายป้ายสี หมิ่นประมาทประธานองคมนตรี และพฤติกรรมล่วงเกินสถาบันหลัก นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจย่อมมีหลักฐานเพื่อดำเนินคดีอาญาชุดใหม่ต่อแกนนำ ผู้ร่วมขบวนการ อดีต ส.ส. และ ส.ส. รวมทั้งผู้สนับสนุน เช่น ใช้ถ้อยคำหมิ่นประมาทผู้อื่น หากทำหน้าที่โดยตรงไปตรงมา ย่อมไม่เป็นการยากในการรวบรวมหลักฐานเพราะมีทั้งภาพวิดีโอ การบันทึกเสียง เพื่อให้ศาลพิจารณาลงโทษมิให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป



