
แม้กลีบใบจะร่วงโรยแต่ลำต้นตระหง่านมั่นคง
ความนึกคิดแบบง่ายๆ และหาข้อสรุปเพื่อจะให้จบงานบางอย่างโดยปราศจากการไตร่ตรองอย่างรอบคอบและรอบด้านบางทีอาจจะทำให้หลายฝ่ายขาดโอกาสหรืออาจจะเสียโอกาสทองของอนาคตได้ ประไทยกำลังอยู่ในสภาวะจะฟื้นคืนไข้ทางการเมือง
แต่ต้องมาประสบเคราะห์ซ้ำกรรมซัดกรณีเศรษฐกิจถดถอย ปัญหาเรื้อรังของจังหวัดชายแดนภาคใต้และอีกสารพันอุปสรรคที่ทุกคนต้องใช้ปัญญาในการทำงานมากขึ้นในบางครั้งกระบวนการการมีส่วนร่วมถูกละเลยมองผ่านกระบวนการที่ถูกต้อง แต่พยายามจะชูบางประเด็นเพื่อสร้างความชอบธรรมในการเดินหน้าในแต่ละโครงการหรือแผนงานที่ตนเองต้องการให้มันไปถึงเป้าหมายเท่านั้น ไม่คำนึงถึงมวลประชาชนคนที่มีสิทธิอย่างแท้จริง จึงทำให้ความยุ่งยากของปัญหาเพิ่มความกังวลสับสนและสลับซับซ้อนเป็นทวีคูณ
มุมมองของสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ในสายตาของผู้มีอำนาจบางคนบางพวกเขาเห็นว่าแนวความคิดและอุดมการณ์ทางการเมืองในการแบ่งแยกดินแดน สามารถจับต้องและสัมผัสได้ เพราะเจ้าหน้าที่สามารถสืบสวน สอบสวน อบรม จับกุมคุมขังหรือปะทะต้องล้มตายไปหลายร้อยคนไปแล้ว เปรียบเสมือนต้นไม้หนึ่งต้นที่มีลำต้น กิ่งก้านใบเต็มไปหมด ความเสียหายที่รัฐสามารถทำได้โดยการขจัดไปแล้วบางส่วน ถ้าเปรียบเป็นต้นไม้น่าจะเทียบเสมือนหนึ่งว่าที่ล้มหายตายจากหรือการจับกุมคุมขังคือกิ่งก้านสาขาและใบมันคงมีเหลืออยู่ไม่กี่ใบ (จะหมดลำต้นอยู่แล้ว) ต้นไม้คงเหลือแต่กิ่งสาแหรกที่ตายพร้อมที่จะหักโค่นลงมาเอง ดังนั้นคนเหล่านั้น (กลไกรัฐ) จึงพยายามจะตัดลำต้นเพื่อโค่นให้หายไปอย่าได้เหลือต้นตอบนหน้าแผ่นดินนี้อีกเลย จนลืมไปว่าต้นไม้นั้นมันมีชีวิตและมีวิญญาณในตัวของมันเอง
นี่คือการคิดแบบง่ายๆ คิดแบบเก่าๆ สมัยประเทศไทยกำลังทำสงครามกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย คนไทยที่เป็นทหาร ตำรวจพลเรือนและประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นในชุมชนของเขา เขาเหล่านั้นต้องล้มตายไปหรือหลีกลี้หนีภัยตามป่าเขามากมายอยู่หลายปี แต่ในที่สุดกระบวนการแสวงหาความเข้าใจกันและกันระหว่างผู้นำทางความคิดของแต่ละฝ่าย โดยไม่ต้องอาศัยคนอื่นมายุ่มย่าม (มากนัก) ประเทศสามารถกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ในที่สุด ดังนั้นหากเรา(รัฐ)อยากจะรักษาต้นไม้ให้งอกงามผลิดอกออกผลที่อาจจะมีรสจืดชืด เปรี้ยวปรี๊ด ขมปี๋หรือหวานหอม แต่อย่างน้อยต้นไม้คือทรัพยากรธรรมชาติที่มีคุณค่า
มีระยะเวลาในการเติบโตที่ยาวนานสมควรที่จะให้ร่มเงาเพื่อความร่มรื่นในสังคมอย่างที่ควรจะเป็น จำเป็นต้องคิดใหม่ทั้งระบบ เพราะต้นไม้ทุกต้นคือทรัพยากรธรรมชาติที่มีชีวิตประกอบด้วยคุณค่าแก่สังคมประเทศมากมาย หากคิดจะทำลายโค่นมันเสียคงไม่ต้องลงทุนจ้างคนที่มีดีกรีความรู้มาบริหารบ้านเมืองหรือสนับสนุนเงินลงทุนมหาศาลอย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้หรอก ให้คนบ้าปัญญาไม่มีพร้อมกับมีดขวานสักเล่มเขาก็สามารถโค่นมันลงได้ไม่ยากเย็นมิใช่หรือ?
การทำสงครามประชาชนที่มีอุดมการณ์ทางความคิด จะไม่สามารถเอาชนะแบบเบ็ดเสร็จและยั่งยืนด้วยอาวุธหรอก เพราะนักรบทางความคิดเป็นนักรบที่ไม่ตาย ถึงแม้ตัวหนึ่งจะล้มไปการบ่มเพาะหน่อพันธุ์ความคิดจะงอกเงยมาเป็นเรือนแสน โดยไม่ต้องรอรดน้ำพรวนดิน ทุกอย่างทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในทุกวันนี้เขาสามารถพลิกแร่แปรธาตุเป็นปุ๋ยได้มากพอแล้ว เพียงแต่สิ่งที่คนส่วนใหญ่อยากจะเห็นคือการเติบโตของลำต้นภายใต้ความสุกสกายแห่งแสงตะวันภายใต้ฟ้าสีครามที่สดชื่นบนแผ่นดินมาตุภูมิแห่งนี้อย่างมีศักดิ์ศรีที่เท่าเทียมและเป็นธรรมกันอย่างถาวรตลอดกาล ก็น่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่เป็นหนทางที่ต้องใคร่ครวญ ไม่ใช่มาลำเลิกทวงบุญคุณจากพลเมืองในสิ่งที่ไม่ใช่สิทธิใดๆ ของผู้ใดในประเทศนี้เลย เพราะประชาชนคือเจ้าของประเทศแห่งนี้อย่างแท้จริงไม่ใช่เป็นของรัฐ
อัฮหมัด สมบูรณ์ บัวหลวง
Thailand Centre for Muslim and Democratic Development (TCMD)
[email protected]



