
มีอะไรในอัมโน
พรรคการเมืองที่ใหญ่ที่สุดของมาเลเซีย และปกครองประเทศมายาวนานเป็นเวลาถึง 51 ปี ก็คือพรรคองค์การสหชาติมาเลย์ (United Malays National Organization) หรืออัมโน (UMNO)
อัมโนก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2489 ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลงเป็นการรวมตัวกันของกลุ่มชาตินิยมที่ต้องการจะรวมคนมาเลย์เข้าด้วยกัน คัดค้านการเป็นสหพันธรัฐ และต้องการที่จะคงความร่วมมือกับอังกฤษ โดยเฉพาะในเรื่องการต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ ทั้งนี้โดย มีดะโต๊ะ อน จารฟาร์ เป็นผู้นำ และในชั้นแรกยังไม่มีแนวคิดในการแสวงหาอำนาจทางการเมือง
ต่อมาในปี 2492 เมื่อมีการเตรียมการสถาปนาสหพันธรัฐมลายา อัมโนจึงได้เบนความสนใจสู่การเมือง แต่ในปี 2494 ดะโต๊ะ อน มีความคิดที่จะให้อัมโนเปิดประตูรับคนเชื้อชาติอื่นที่ไม่ใช่มลายันเข้าไว้ในพรรคด้วย แต่ได้รับการคัดค้านอย่างหนักจากสมาชิกกลุ่มชาตินิยม ทำให้ ดะโต๊ะ อน แยกตัวออกไปตั้งพรรคเอกราชมลายา (IMP) และ ตนกูอับดุล ราห์มาน เข้ามาดำรงตำแหน่งประธานพรรคอัมโนแทน แต่อัมโนก็พ่ายการเลือกตั้งท้องถิ่นแก่พรรคหัวรุนแรง จนต้องหันไปจับมือกับสมาคมมลายัน-จีน (MCA) เพื่อรักษาที่นั่งในเขตกัวลาลัมเปอร์ และกลายเป็นพรรคพันธมิตร (Alliance) ในเวลาต่อมา
อย่างไรก็ตามเพื่อให้ได้รับเสียงสนับสนุนที่เพียงพอ ในปี 2498 พรรคพันธมิตรจึงต้องร่วมมือกับสหภาพมลายันอินเดียน (MIC) ด้วย ซึ่งทำให้อัมโนชนะการเลือกตั้งในปี 2499 อย่างฉิวเฉียดด้วยจำนวน 52 ที่นั่ง ขณะที่พรรคแนวร่วมมลายันอิสลาม (MCP) ได้ 51 ที่นั่ง ส่งผลให้ตนกูอับดุล ราห์มาน ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนแรกของมลายา เมื่อมลายาได้รับเอกราชอย่างสมบูรณ์จากอังกฤษ ในวันที่ 31 สิงหาคม 2500
จากวันนั้น อัมโนได้ครองอำนาจในมาเลเซียมาตลอดระยะเวลา 51 ปีเศษ และประธานพรรคอัมโนก็ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสืบต่อกันมาอีกถึง 6 คน จาก ตนกูอัลดุล ราห์มาน, ตนกูอับดุล ราซัก, ดะโต๊ะฮุสเซน อน, ดร.มหาธีร์ โมฮัมหมัด, อับดุลเลาะห์ บาดาวี จนถึง นาจิบ ราซัค ในวันนี้
พรรคอัมโนมีนโนบายในการบริหารประเทศแบบชาตินิยมแต่ใช้ความปรองดอง ให้สิทธิเสรีภาพแก่ประชาชนทุกเชื้อชาติในการมีส่วนร่วมทางการเมืองและเศรษฐกิจ และมุ่งพัฒนาประเทศตามระบอบประชาธิปไตยด้วยแนวทางของตนเอง ซึ่งในข้อหลังนี้จะเห็นได้อย่างชัดเจนในช่วงเวลาเกือบ 22 ปี ที่ ดร.มหาธีร์ เป็นผู้นำประเทศ โดยเฉพาะในห้วงวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540
อย่างไรก็ตาม การประชุมใหญ่ประจำปี 2552 ของพรรคอัมโน เมื่อวันที่ 26 มีนาคม ที่ผ่านมา ได้ก่อให้เกิดคลื่นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในพรรค เมื่อ นายบาดาวี ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น พ่ายแพ้แก่ นายนาจิบ ราซัค อย่างหมดรูป แต่สถานการณ์ภายในพรรคก็ใช่ว่าจะราบรื่น เมื่อ ดร.มหาธีร์ ประกาศจะหวนคืนกลับมาสู่พรรคอัมโนอีกครั้ง หลังจากมึนตึงไปในช่วงที่นายบาดาวีเรืองอำนาจและไม่ยอมเป็นเด็กในคาถาของเขาอีกต่อไป
การมาของอดีตประธานพรรคและอดีตนายกรัฐมนตรีผู้นี้ คงไม่ได้มานั่งตบยุงเล่น เพราะถือว่าการที่นายนาจิบเอาชนะนายบาดาวีได้ก็เพราะแรงสนับสนุนของตน และไม่ทันไร ดร.มหาธีร์ก็แสดงกำลังภายในด้วยการผลักดันนายมูหยุดดิน ยัสซิน รัฐมนตรีพาณิชย์ ให้ก้าวขึ้นมาเป็นรองนายกรัฐมนตรีคนใหม่
แต่เรื่องที่น่าหนักใจนายนาจิบยิ่งไปกว่านั้นก็คือ การที่ นายไครี จามารุดดิน ลูกเขยของนายบาดาวีได้รับการเลือกตั้งเป็นประธานกลุ่มยุวชนอัมโน โดยเอาชนะ นายมุกคริช มหาธีร์ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ ดร.มหาธีร์ ไปได้อย่างหวุดหวิด ซึ่งตำแหน่งประธานกลุ่มยุวชนนี้เป็นตำแหน่งที่เทียบเท่ารองประธานพรรคอัมโน มีอำนาจในพรรคเอาเรื่องทีเดียว
เจอเข้าสองเรื่องสองรสแบบนี้ หากใครเป็นนายนาจิบ ราซัค ก็เห็นทีจะนอนไม่ค่อยหลับเหมือนกันแหละครับ



