คอลัมนิสต์

ตำรวจไม่จำเป็นต้องเป็นพระเอก

ตำรวจไม่จำเป็นต้องเป็นพระเอก

08 เม.ย. 2552

"มันเป็นหยั่งเงี้ยะ บอกว่าจอดไม่ได้ จอดไม่ได้ ไม่สนใจ เห็นแก่ตัว นึกจะจอดก็จอด แล้วหายไปไหนเนี่ย บอกหลายครั้งหลายหนไม่รู้จักฟัง" ตำรวจจราจรตะโกนบ่นด้วยเสียงดัง ท่าทางหงุดหงิดงุ่นง่าน ในขณะที่ผู้คนรอบข้างมองดูด้วยความรู้สึกขบขันในความหงุดหงิดอารมณ์เสียของ

แม่ค้าแถวนั้นพูดว่า "คนที่นี่มันเป็นหยั่งงี้แหละ มันนึกจะจอดมันก็จอด ไม่สนใจใคร ไอ้นี่มันก็โวยวาย โวยวายทุกวัน ก็หยั่งเงี้ยะ"

 นอกจากซุ้มไก่ชนแล้ว ในชุมชนแห่งนี้ยังมีการรวมกลุ่มเล่นการพนัน การขายหวยจับยี่กี คนขายหวยเล่าว่า “วันนั้นนะถูกกันบานเลย กลุ่มหนึ่งถูกหวย อีกกลุ่มหนึ่งโดนจับไพ่ ลองคิดดูสิ มันทุเรศมั้ยจับแม้กระทั่งในวัด ไอ้ตำรวจเหี้-เนี่ย ชอบดีนัก เก่งดีนัก จับหวย จับไพ่ ทีโจรมันไม่จับ”

 ชาวบ้านในชุมชนนิยมเล่นหวยและการพนัน พวกเขาไม่ได้ให้ความหมายและคุณค่าของการเล่นหวยและการเล่นการพนันว่าเป็นอบายมุขที่ควรหลีกเลี่ยง เด็กและเยาวชนในชุมชนต่างมีส่วนร่วมและคุ้นชินกับวัฒนธรรมการเล่นหวยและการพนัน จนดูเหมือนว่าเป็นสิ่งที่ไม่ชอบธรรมและดูรุนแรงเกินไปหากเจ้าหน้าที่ตำรวจจะจับกุมผู้ที่เล่นหวยและเล่นการพนัน

 ช่วงเย็นๆ กลุ่มวัยรุ่นจะขี่รถมอเตอร์ไซค์เที่ยวโฉบไปมาระหว่างบ้านเพื่อนในชุมชน นั่งแต่งรถมอเตอร์ไซค์ในกลุ่มเพื่อน ขี่รถมอเตอร์ไซค์แข่งขันประลองความเร็วบนถนนภายในชุมชน บ้างก็จับกลุ่มกันเล่นเกมที่ร้านเกมในหมู่บ้าน ทั้งเล่นเพื่อความสนุกอย่างเดียวและเล่นพนันเงินกัน การเล่นพนันนี้ทำให้เพื่อนกลายสภาวะเป็นเจ้าหนี้และลูกหนี้

 ดูเหมือนว่าพื้นที่สาธารณะในชุมชนหลังหกโมงเย็นจะเป็นพื้นที่ของเด็กและเยาวชนชาย ในวงเหล้าเป็นการรวมกลุ่มของเด็กและเยาวชนที่มีความหลากหลายทั้งผู้ที่เรียนหนังสือ ผู้ที่ทำงานแล้ว ผู้ที่ไม่ได้เรียนหนังสือและไม่ทำงาน นอกจากนั้นก็ยังเป็นการรวมกลุ่มกันของคนต่างรุ่น

 เด็กวัยรุ่นเล่าว่า “เล่นบอลเสร็จก็มานั่งล้อมวงกินเหล้า แข่งชนะก็กิน แข่งแพ้ก็กิน ซ้อมก็กิน”

 การดื่มเหล้า สูบบุหรี่ในเด็กและเยาวชนรุ่นโตดูเหมือนเป็นเรื่องปกติ ถึงแม้ว่าเด็กรุ่นน้องที่นั่งอยู่ด้วยจะทำหน้าที่คอยวิ่งซื้อของให้เด็กรุ่นโต “วันนั้นพี่เขาให้ไปซื้อบุหรี่หนูซื้อมา 2 ตัวแบ่งให้พี่เขาตัวหนึ่ง ไม่รู้เป็นไง วันนั้นมันอยากสูบ ยื่นบุหรี่ให้พี่เขาแล้วก็บอกว่าสูบยังไง เขาก็บอกว่าสูดเข้าไปแล้วก็ปล่อยออกมาหยั่งงี้ ก็ลองทำดูก็ทำได้” เด็กนักเรียนชายชั้น ม.1 เล่าถึงประสบการณ์การสูบบุหรี่ การดื่มเหล้าและการนั่งรวมกลุ่มกับรุ่นพี่ให้ดิฉันฟัง

 ในวันนั้นที่ห้องประชุมกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัด นายตำรวจผู้ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมกล่าวต่อที่ประชุมว่า "งานประจำที่เราต้องทำอยู่แล้ว ก็ขอให้ทำต่อไปอย่างเข้มแข็ง แต่ครั้งนี้ขอให้คิดโครงการใหม่ คิดว่าทำอย่างไงให้มันดีกว่าเดิม ตำรวจไม่ต้องเป็นพระเอกก็ได้ ให้คนอื่นเป็นพระเอก ร่วมมือกัน ตำรวจทำหน่วยเดียวไม่ได้หรอก ต้องดึงมาช่วยกันหลายๆ หน่วย แต่ละหน่วยต้องมีหน้าที่ชัดเจน" นายตำรวจย้ำพร้อมทั้งกระตุ้นผู้กำกับและสารวัตรจราจรผู้เข้าร่วมประชุมให้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น ถกเถียง และโต้แย้งโดยมีเป้าหมายเพื่อค้นหา “วิธีใหม่ๆในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุ”

 “เราต้องคิดและทำให้ได้ ทำให้สมศักดิ์ศรี” สำนึกที่ผู้นำตำรวจกระตุ้นย้ำทีมงานให้คิดใหม่ ลงมือทำอย่างสมศักดิ์ศรี สะท้อนถึงทัศนคติที่ดีในการทำงานที่สมควรอย่างยิ่งต่อการนำมาบอกเล่าเป็นแบบอย่างแก่คนทำงาน

 

ปนัดดา ชำนาญสุข

 [email protected]