
ปัญหาประธาน ก.ตร.
ฝ่ายค้านได้ยื่นหนังสือต่อนายประสพสุข บุญเดช ประธานรัฐสภา เพื่อถอดถอนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ออกจากตำแหน่ง กล่าวหาว่ากระทำการขัดต่อกฎหมาย
ต้นสายปลายเหตุมาจากเรื่องที่นายสุเทพ ไปนั่งเป็นประธานคณะกรรมการข้าราชตำรวจ (ก.ตร.) เพื่อพิจารณาบริหารข้อราชการภายในของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และถูกโจมตีหนักโดยเฉพาะเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับสูงที่ผ่านมา
ปกติหลักกฎหมายบริหารราชการแผ่นดิน ถือเป็นกฎหมายกลางต้องใช้ตามที่บทบัญญัติไว้ แต่เมื่อมีพระราชบัญญัติตำรวจปี 2547 ซึ่งเป็นกฎหมายเฉพาะ โดยทางปฏิบัติต้องบังคับใช้กฎหมายที่ออกมาล่าสุด
ตาม พ.ร.บ.ตำรวจปี 2547 ได้กำหนดให้นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ก.ตร. โดยตำแหน่ง
ฉะนั้นการนั่งเป็นประธานการประชุม ก.ตร. นายกรัฐมนตรีย่อมมีหน้าที่ตามกฎหมาย
หรือเว้นแต่นายกรัฐมนตรีเดินทางไปราชการต่างประเทศ แล้วมอบหมายให้รองนายกฯ คนใดคนหนึ่งนั่งรักษาการ
ในรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ มีนายสุเทพนั่งรักษาการแทน
การประชุม ก.ตร. ที่ผ่านมา หลังจากบริหารประเทศมาได้ 3 เดือนเศษ รองนายกฯ สุเทพมานั่งเป็นประธานเกือบทุกครั้ง โดยเฉพาะการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับสูงและการเปิดตำแหน่ง สบ.10
ใน 2 ครั้งแรกที่นายสุเทพนั่งประธานในที่ประชุมเพราะนายอภิสิทธิ์ ไม่อยู่ในประเทศก็ถือว่าไม่ผิด
แต่ฝ่ายค้านได้ยื่นถอดถอนพุ่งประเด็นการนั่งเป็นประธาน ก.ตร.ของนายสุเทพล่าสุด ที่มีการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงมาถึงระดับผู้บังคับการ
ซึ่งนายกรัฐมนตรีไม่ได้ติดภารกิจในต่างประเทศ
ดังนั้น ถ้ามีการประชุม ก.ตร. ผู้ที่มานั่งประธานย่อมเป็นไปตามกฎหมายคือนายกรัฐมนตรี
เรื่องนี้กำลังเป็นที่วิจารณ์ของกำลังพลในสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า รัฐบาลจะหาทางออกอย่างไร และโผการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจที่ผ่านมาจะเกิดปัญหาทางกฎหมายหรือไม่ เพราะหลายรัฐบาลมีรองนายกฯ มานั่งประธาน ก.ตร.ก็หลายครั้ง
การยื่นถอดถอนในครั้งนี้ผลการพิจารณาออกมาอย่างไร จะถือเป็นมาตรฐานทางกฎหมายด้วย



