คอลัมนิสต์

กรุงเทพฯในฝัน

กรุงเทพฯในฝัน

06 เม.ย. 2552

คุณๆ เคยถามตัวเองบ้างไหมครับ ว่า คุณต้องการเห็นกรุงเทพฯ เป็นอย่างไร? ซึ่งคำถามนี้คงจะรวมถึงรูปร่างหน้าตา ระบบการบริหารจัดการ วิถีชีวิตของผู้คน ภาพลักษณ์ และอื่นๆ หากคุณยังไม่เคยตั้งคำถามทำนองนี้

ผมก็คิดว่า ถึงเวลาแล้วที่คุณควรจะคิดถึงเรื่องนี้เสียตั้งแต่บัดนี้ แทนที่จะปล่อยให้คนไม่กี่คนมาวาดวิมานในอากาศอันสวยหรูและคำขวัญเก๋ๆ ให้ดูให้ฟังกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่จะมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เพราะเมื่อถึงตอนนั้นแล้ว เราท่านก็คงจะอยู่ในอาการที่เคลิ้มๆ และก็ได้ผู้ว่าฯ มาแบบพอครึ้มๆ โดยที่กรุงเทพฯ ก็ไม่ได้ดิบดีขึ้นกว่าเดิม หรือเป็นอย่างที่คุณต้องการจะให้เป็นแม้แต่น้อย

 และเราก็คงจะทำได้เพียงรอเวลาอีก 4 ปีข้างหน้า เพื่อฟังการหาเสียงเลือกตั้งครั้งใหม่ และได้คำสัญญาลมๆ แล้งๆ กับการทำงานแบบเดิมๆ

 เราคงต้องยอมรับความจริง เงื่อนไข และข้อจำกัด ว่า กรุงเทพฯ เป็นเมืองขนาดใหญ่ระดับมหานคร มีประชากรทั้งที่มีทะเบียนและไม่มีทะเบียน ทั้งที่อยู่ประจำและไปๆ มาๆ ร่วม 10 ล้านคน ซึ่งจำนวนประชากรขนาดนี้มากมายกว่าประเทศสิงคโปร์ ลาว หรือกัมพูชา ทั้งประเทศ ในขณะที่แน่นอนว่าพื้นที่ของกรุงเทพฯ นั้นมีจำกัดกว่า ดังนั้นความหนาแน่นของประชากรจึงมีมากตามไปด้วย ซึ่งส่งปัญหาเชื่อมโยงไปถึงเรื่องของความแออัด การสาธารณูปโภค และคุณภาพชีวิตของคนในเมืองหลวง ไม่ต้องดูอื่นไกล แค่เริ่มจากเรื่องปกติธรรมดาๆ ในชีวิตประจำวันอย่างการจราจรก็พอ มีวันไหนสักวันไหมครับในรอบปีที่ จส.100 หรือ สวพ.1644 จะรายงานว่าวันนี้รถไม่ติด ถนนทุกสายโล่งตลอด

 ผมเชื่อว่าผู้ว่าฯ กทม.ทุกคนก็ทราบดีว่าการจราจรเป็นปัญหาที่มีความสำคัญอยู่ในลำดับต้นๆ ของปัญหาต่างๆ ทั้งหลายทั้งปวงใน กทม. แต่ก็ยังไม่เห็นการแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรม นอกจากปล่อยให้ปัญหาดำเนินไปและแก้ไขตัวเองตามธรรมชาติ ทั้งๆ ที่กรุงเทพฯ ควรจะมีระบบการขนส่งมวลชนที่สมบูรณ์แบบและทันสมัยยิ่งขึ้นตั้งนมนานมาแล้ว เช่นเดียวกับการที่ควรจะปรับปรุงโรงเรียนในความดูแลของ กทม.ให้มีคุณภาพสูง เพื่อที่พ่อแม่ทั้งหลายจะได้ไม่ต้องหอบหิ้วลูกหลานเดินทางไปเรียนไกลบ้าน ควรจะเพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยให้แก่ประชาชน และเตรียมพร้อมในเรื่องอุบัติภัยต่างๆ ซึ่งน่าจะรุนแรงขึ้นในอนาคต ฯลฯ และที่สำคัญก็คือ มีการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนว่า กรุงเทพฯ จะเป็นอย่างไรในอีก 5 ปี หรือ10 ปี ข้างหน้า เพื่อจะได้เป็นแผนที่ในการเดินทางไปสู่จุดหมายนั้น

 คนกรุงเทพฯ บางคนอาจจะอยากเห็นบ้านเมืองของตนเป็นเมืองแห่งการศึกษา บางคนอาจต้องการที่จะเห็นกรุงเทพฯ เป็นเมืองแห่งวัฒนธรรม เป็นแหล่งรวมของศิลปะร่วมสมัยและแฟชั่นหรือเป็นศูนย์กลางของเทคโนโลยีระดับสูง

 บางคนอาจจะอยากเห็นน้ำในคลองของกรุงเทพฯ ใสสะอาด มีการแบ่งโซนต่างๆ อย่างชัดเจนและจริงจัง บ้านเรือนถนนหนทางเป็นระเบียบเรียบร้อยร่มรื่น ไม่มีสิ่งที่เกะกะหูตา ซึ่งจริงๆ แล้ว เราทุกคนมีสิทธิที่จะคิด จะฝันและร่วมกันสร้างสานสิ่งที่ตนต้องการให้เป็นจริงได้ และกรุงเทพฯ ก็อาจจะเป็นได้ทั้งสิ่งที่เราฝันและคนอื่นฝัน

 ถ้าคุณยังไม่เคยถามตัวเองว่า ต้องการเห็นกรุงเทพฯ เป็นอย่างไร ผมก็อยากจะแนะนำให้คุณเริ่มถามตัวเองเสียตั้งแต่วันนี้ และถามคนอื่นๆ ด้วยนะครับ และถ้าคุณได้ยินได้ฟังผู้ว่าฯ กทม.หาเสียงในตอนที่สมัครรับเลือกตั้งไว้ว่าอย่างไร ก็ขอให้ช่วยจดจำและติดตามทวงถามความคืบหน้าเป็นระยะ เพื่อจะได้ช่วยรักษาคำพูดของท่านผู้ว่าฯ และผลประโยชน์ของคนกรุงเทพฯ

 กรุงเทพฯ เป็นของคนกรุงเทพฯ ทุกคนใช่ไหมครับ ดังนั้น เราจึงควรช่วยกันสร้างกรุงเทพฯ ด้วยมือของเราเองตั้งแต่วันนี้ แทนการรอคอยความหวังหรือคำสัญญาจากนักการเมืองที่ผ่านมาและจากไป หาสมุดสักเล่มซิครับและบันทึกสิ่งที่คุณต้องการเห็นในกรุงเทพฯ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของคุณกับเพื่อนๆ รวมทั้งเฝ้าระวังระไวไม่ให้กรุงเทพฯ เป็นไปในสิ่งที่ไม่ควรจะเป็น และรวบรวมคนที่คิดเหมือนๆ กันเข้าเป็นกลุ่มก้อน เผยแพร่ข้อคิด ความเห็น ออกไปเรื่อยๆ หากทำได้เช่นนี้ ผมก็เชื่อว่าในไม่ช้าไม่นานเราจะมีกรุงเทพฯ ที่เราต้องการ ซึ่งมิใช่เป็นเพียงความฝันอันเลื่อนลอยอย่างแน่นอน