
ย้อนรอย"พฤกษาทมิฬ"
ก่อนถึงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ จะเกิดศึกวัดกำลังกันอีกครั้งระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)
คราวนี้จะเป็นการรวมพลกันมากที่สุดของม็อบเสื้อแดงตามที่แกนนำคุยโวเอาไว้ มีเป้าหมาย 2 ประการ คือ กดดันให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ลาออกจากตำแหน่งพร้อมๆ กับรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ด้วย
แนวรบครั้งนี้จะรุนแรงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับขนาดของมวลชนว่าปลุกได้มากน้อยเพียงใด
ตามราคาคุยว่ากันถึง 3 แสนคน หวังให้คนเสื้อแดงแสดงพลังเต็มพื้นที่ตลอดแนวถนนราชดำเนิน ยาวไปถึงบ้านสี่เสาเทเวศร์ เพื่อประกาศให้รู้ว่า ต้องการ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและผู้ต้องคำพิพากษาหนีคุกหนีตะราง กลับมาครองอำนาจอีกครั้ง
ขณะเดียวกันเวที นปช.ได้กล่าวโจมตีองคมนตรีแบบสาดเสียเทเสีย ราวกับว่าคนเสื้อแดงที่มาร่วมตัวกัน ได้ขาดความศรัทธาเชื่อมั่นต่อสถาบันนี้ไปแล้ว
ยังมีชาวบ้านอีกหลายส่วนเกิดความลังเลว่าจะเดินทางเข้ามาร่วมหรือไม่
เหตุผลเพราะยิ่งนานวัน วิดีโอลิงก์ ของอดีตนายกฯ ยิ่งทำให้ภาพทุกอย่างกระจ่างชัดว่า จุดประสงค์ของการชุมนุมครั้งนี้เพื่ออะไร
บรรดาแกนนำ นปช. นักการเมืองฝ่ายค้าน ที่ขึ้นเวทีโจมตีสถาบันองคมนตรี ทำเหมือนต้องการกระทบชิ่งไปถึงของสูงยิ่งกว่า
จับจากกระแสคำให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.พิจิตร กุลละวณิชย์ องคมนตรี ที่ย้ำชัดๆ ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องการล้มสถาบันด้วยแล้ว รัฐบาลและผู้มีหน้าที่หลักอย่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึงกองทัพ คงอยู่เฉยไม่ได้
ต้องถามใจคนไทยทั้งประเทศว่า ต้องการให้บ้านเมืองเป็นอย่างไร เนื่องจากครั้งนี้ไม่ใช่มีปัญหาด้านการบริหารราชการแผ่นดินหรือฉ้อราษฎร์บังหลวง แต่เกิดจากนักโทษเพียงคนเดียว ที่ต้องการล้างความผิดที่ก่อไว้ในอดีต ด้วยเดิมพันการล้มล้างสถาบันของประเทศที่เป็นหลักของแผ่นดิน
วันที่ 8-9 เมษายน ที่แกนนำ นปช.ประกาศเผด็จศึกรัฐบาลและประธานองคมนตรี จะต้องรับผิดชอบต่อทุกสถานการณ์หากมีการปลุกระดมจนควบคุมฝูงชนไม่ได้ หากเกิดปะทะกันกลายเป็นวันแดงเดือด เลือดนองแผ่นดิน
ใครก็ตามที่คาดหวังว่าจะปลุกฝูงชนให้คล้ายกับ "พฤกษาทมิฬ" แล้วมีผู้หย่าศึกตามที่มีความพยายามคงคิดผิด
คราวนี้รับรองจุดจบไม่เหมือนกัน เพราะเชื่อว่า คนไทยทั้งประเทศยังต้องการสถาบันหลักด้วยความจงรักภักดี



