คอลัมนิสต์

เล่าเรื่องก่อนสงกรานต์ ...

เล่าเรื่องก่อนสงกรานต์ ...

04 เม.ย. 2552

ประวัติศาสตร์ไทยบอกว่า ก่อนที่จะเสียกรุงศรีอยุธยานั้นกองทัพพม่าล้อมกรุงอยู่นานประมาณ 2 ปี

 ขณะที่ล้อมกรุงอยู่กองทัพไทยส่วนมากที่ออกไปสู้รบป้องกันพระนครมีแต่ความพ่ายแพ้ พม่านับวันก็มีแต่จะได้ใจ เข้ารุกรบโอบล้อมกรุงศรีอยุธยาเอาไว้ในทุกด้าน ไม่ย่อท้อไม่ถอยหนี แม้ว่าจะมีน้ำหลากมา ท่วมกรุงอยู่ก็ตาม

 ทัพพม่าปลูกหอรบขึ้นในทุกค่ายที่เข้าตี เอาปืนใหญ่น้อยระดมยิงใส่เข้าไปภายในกรุงอยู่เกือบทุกเมื่อเชื่อวัน ในขณะที่ราษฎรในกรุงได้แต่ประหวั่นขวัญเสีย รอคอยวันคืนที่จะได้มีโอกาสหนีออกไป

 บรรดาหัวเมืองใหญ่โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าเมืองในภูมิภาคที่นอกจากจะนั่งเฉยดูกรุงศรีอยุธยาถูกข้าศึกโจมตีแล้ว ยังได้ส่งหนังสือลับเข้ามายังญาติพี่น้องตน นัดแนะกันพาหนีออกไปจากเมืองอีกด้วย ที่หนีได้ก็ดีใจ ส่วนพวกที่สู้ตายก็ต้องตายไปในที่สุด

 ในขณะเดียวกันภายในพระนครก็ร้อนรุ่มเกิดจลาจลวุ่นวายขึ้น ทั้งคนอดอยากหิวโหยและพวกโจรเข้าบุกปล้นเผาทั้งวัดและบ้านเรือน ถึงคืนหนึ่งเกิดไฟไหม้ป่าและตลาดในเมือง ผลาญวัด วิหาร บ้านเรือนวอดวายไปนับเป็นหมื่นหลัง

 ประวัติศาสตร์บอกว่า พระเจ้าตาก (สิน) ในขณะที่เป็นพระยากำแพงเพชรกำลังพาทหารของท่านหนีออกจากกรุงมา ยังอดไม่ได้ที่จะหันไปมองดูกรุงถูกเผาไหม้ด้วยความสลดใจ

 กรุงศรีอยุธยาตอนปลายว่างศึกมานานจนตกอยู่ในความประมาท ไม่มีการปรับปรุงพัฒนาอะไรทั้งสิ้น ทั้งในด้านการทหารและการพลเรือนอื่นๆ มีแต่ยื้อแย่งอำนาจกัน ฉะนั้นเมื่อข้าศึกมาจึงขาดทั้งการเตรียมตัวป้องกันและสู้รบ ซ้ำแตกแยกทำร้ายกันเอง ผู้ที่มีฝีมือความสามารถก็ได้แต่ระย่อท้อใจ

 ที่สุดกรุงศรีอยุธยายอมหย่าศึก ส่งแม่ทัพนายกองออกไปเจรจากับพม่า แต่พม่าไม่เล่นด้วย ทั้งศักดิ์ศรี เกียรติยศสูญสิ้นไปหมดแล้วก่อนกรุงแตกเสียด้วยซ้ำ

 เมื่อข้าศึกเข้าเมืองได้ ทำลายทุกสิ่งที่เห็นอยู่ทั้งเข้าปล้น ฆ่า เผา เอาทรัพย์สมบัติสิ่งของไปแล้วจับตัวไปเป็นเชลย แต่ที่น่าใจหายคืออาวุธปืนใหญ่น้อยที่ยังกองทิ้งอยู่ในกรุงนับเป็นพันกระบอก โดยเฉพาะปืนนกสับมีมากนับเป็นหลายหมื่น ที่ข้าศึกขนบรรทุกเอาลงเรือไป

 แสดงว่ากรุงศรีอยุธยานั้นยังมีอาวุธเพียบขาดแต่คนรบสู้

 ประวัติศาสตร์ระบุว่ากรุงศรีอยุธยาแตกเมื่อพลบค่ำ 2 ทุ่ม วันสงกรานต์เดือน 5 ปีพ.ศ. 2310 ทั้ง พระราชวังและเหย้าเรือนถูกเผา “แสงเพลิงสว่างดังกลางวัน”

 แม่ทัพพม่าผู้หนึ่งประกาศชัยชนะว่า ที่ตีกรุงศรีอยุธยาได้สำเร็จในครั้งนี้ ก็เป็นเพราะด้วยปัญญาและฝีมือของเขา ในขณะที่นักประวัติศาสตร์คนไทยกลับมองเห็นว่า น่าจะเป็นฝีมือของคนไทยด้วยกันเองมากกว่า...

 ที่ได้เขียนเล่ามานี้ก็เพราะเห็นว่า อีกไม่กี่วันก็จะถึงสงกรานต์แล้วครับ