
บ้านเราก็เท่านี้
การชุมนุมของคนเสื้อแดงรอบนี้ คนไม่เครียดเหมือนตอนที่คนเสื้อเหลืองชุมนุมเมื่อปีที่แล้ว
หลายคนอาจสงสัยผมเอาอะไรมาวัดอารมณ์ความรู้สึกชาวบ้าน ก็ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมแค่ลองโทรไปเช็กน้องชายที่ขายกิจกรรมกลางแจ้ง แถวเขื่อนท่าด่าน จ.นครนายก
จึงรู้ว่านักเที่ยวยังนิยมไปล่องแก่ง ไปปีนหน้าผากันตามปกติ ไม่เงียบเหงาอย่างปีที่แล้ว
แต่ที่พิเศษไปกว่านั้นคือ "ปรากฏการณ์หลวงพ่อปากแดง" ที่วัดพราหมณี กำลังเป็นศูนย์รวมของนักแสวงโชคยามเศรษฐกิจถดถอย
ผู้คนหลั่งไหลไปกราบหลวงพ่อทุกวันเสาร์-อาทิตย์ วันไหนใกล้หวยออก ก็ยิ่งเนืองแน่นด้วยรถราที่วิ่งเข้าออกวัดราวกับมีเทศกาลงานบุญใหญ่
วัดหลวงพ่อปากแดง อยู่ริมถนนสายนครนายก-นางรอง ใครอยากรู้ว่า "หลวงพ่อช่วยชาติ" ก็แวะไปนะครับ
หันกลับมาที่บางกอก "ปรากฏการณ์หนอนแห่งปี" ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ก็ยังเป็นอะไรที่น่าไปค้นหา
ส่วนเวลาที่ยังมีเหลืออยู่ ผมขอแนะนำหนังสือดีๆ สัก 3 เล่ม
เล่มแรก "ถกขแมร์ แลเขมร" ของ รุ่งมณี เมฆโสภณ ซึ่งประสบความสำเร็จจากสารคดี “คนสองแผ่นดิน” (พิมพ์ซ้ำไปแล้ว 5 ครั้ง)
คนที่สนใจประวัติศาสตร์เขมรยุคสงครามเย็น ควรหาหนังสือเล่มนี้มาอ่าน แม้แต่พวกซ้ายเก่าก็น่าจะได้อ่าน เพราะตอนที่อยู่ในป่า พวกเราก็ด่านิตยสารไทยนิกร (คุณรุ่งมณีเป็นบรรณาธิการ) ว่าเป็นพวกลัทธิแก้ ที่บิดเบือนข่าวสารเกี่ยวกับพรรคคอมมิวนิสต์กัมพูชา
พอวันนี้ได้อ่าน "ถกขแมร์ แลเขมร" ก็ได้แต่รำพึงกับตัวเอง "ทำไมกูไม่ออกจากป่ามาตั้งแต่เวียดนามลุยเขมรแดงวะ" (ปี 2521-2522)
ดันเชื่อพรรคเชื่อจัดตั้ง เลยต้องนอนร้องเพลงสายัณห์ สัญญา "ความทรมานคือการรอคอย..." อีก 3 ปีกว่าถึงได้กลับบ้าน
อีกเล่มหนึ่งที่ชื่อหนังสือยาวมากๆ "วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ สงครามครั้งสุดท้าย & การเมืองใหม่" ของ ยุค ศรีอาริยะ
แค่คำโปรยปก "ฤาทุนนิยม จะถูกทำลาย" ก็เรียกลูกค้าขาประจำได้แล้ว
จะว่าไปแล้ว ยุค ศรีอาริยะ เขียนสามเรื่องข้างต้นนี้ได้ทันต่อสถานการณ์ คนชอบอ่านอะไรที่หนักๆ อ่านเล่มนี้แล้วหายเครียด เพราะคิดแบบวิถีตะวันออก
ฉะนั้นอย่าเมินหน้าหนี เพียงแค่เห็นชื่อปก หรือมองข้าม เพราะคำว่า สงครามครั้งสุดท้ายและการเมืองใหม่
เล่มสุดท้าย "ผู้นำ อำนาจ ประวัติศาสตร์ และการเมืองใหม่" ของ ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
ดีนะที่ "ภิญโญ" เขียนเรื่องการเมืองต่างประเทศเป็นหลัก เลยไม่ต้องรายการวิวาทะกับใคร โดยเฉพาะประเด็นการเมืองใหม่ ที่นักเขียนหนุ่มสำนักโอเพ่น หยิบยกมาจากการเมืองอเมริกา
อย่างไรก็ตาม คอการเมืองไทย ควรเรียนรู้ชีวิตและงานของผู้นำการเมืองต่างแดน ซึ่งคนเขียนมีความสามารถในการเรียบเรียงให้อ่านเข้าใจได้ง่ายและกระชับ
สรุปว่าหนังสือ 3 เล่มนี้ น่าจะเป็นทางเลือกของปวงหนอน ผู้มีวุฒิภาวะ และไม่ยึดติดรูป รส กลิ่น เสียงแห่งคำโฆษณาชวนเชื่อจากเทพเจ้าทุกสีทุกสังกัด
หรือผู้ที่ชื่นชอบโอบามา ก็มีให้อ่านถึง 3 บทรวด ส่วน "โอบามาร์ค" คงต้องรอเล่มหน้า ถ้านายกฯรูปหล่ออยู่ทนอยู่นานพอจะรวมเป็นเล่มได้
จะว่าไปแล้ว งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ก็บ่งบอกถึงหน้าตาสังคมไทย พอๆ กับเรื่องหลวงพ่อปากแดงกับการเมืองใหม่
แคน สาริกา



