คอลัมนิสต์

อภิสิทธิ์กับจุดยืนบนเวทีจี 20

อภิสิทธิ์กับจุดยืนบนเวทีจี 20

02 เม.ย. 2552

ไม่ว่า นช.ทักษิณ ชินวัตร จะพยายามเสกสรรปั้นแต่งความเท็จอยู่ทุกวี่ทุกวันหวังป่วนประเทศและบ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แต่ความจริงที่ปรากฏในวันนี้ก็คือนับวันรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ซึ่งเข้ามาบริหารประเทศได้แค่ 3 เดือน

กลับได้รับการยอมรับจากนานาประเทศมากขึ้น ซึ่งเท่ากับช่วยฟื้นฟูชื่อเสียงภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของประเทศไทยไปในตัวด้วย ล่าสุด นายอภิสิทธิ์ได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา 20 ประเทศ (จี 20) ที่กรุงลอนดอน ระหว่างวันที่ 2-4 เมษายน นับเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยได้รับเชิญให้เข้าร่วมการประชุมในฐานะประธานกลุ่มอาเซียน จากเดิมที่เคยผูกขาดเชิญเฉพาะอินโดนีเซียเพียงประเทศเดียว และหลังจากเสร็จสิ้นการประชุมจี 20 แล้ว นายอภิสิทธิ์จะเป็นเจ้าภาพจัดประชุมอาเซียนบวก 3 และบวก 6  อีกทั้งยังต้องเตรียมต้อนรับนางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐที่มีแผนจะเดินทางเยือนไทยในราวกลางปีนี้

 ระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มจี 20 ซึ่งมีผู้นำจากสหรัฐ สหภาพยุโรป อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี รัสเซีย จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย อินโดนีเซีย รวมทั้งผู้แทนจากสถาบันการเงิน เข้าร่วมประชุมด้วย  นายอภิสิทธิ์ได้เรียกร้องให้ทุกประเทศร่วมกันเพิ่มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโลก โดยเห็นว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่สหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่นประกาศใช้ ยังไม่เพียงพอที่ดึงเศรษฐกิจโลกให้พ้นจากภาวะถดถอยได้ จึงอยากเห็นที่ประชุมประกาศเป้าหมายบางอย่าง และหารืออย่างจริงจัง โดยเฉพาะการประสานนโยบายการเงินและการคลังให้ใกล้ชิดกันมากที่สุดเท่าที่จะไปได้ เพื่อให้โลกพ้นจากวิกฤติและฟื้นฟูความเชื่อมั่นในตลาดเงิน นอกเหนือจากยืนยันไม่ให้มีการกีดกันทางการค้าทุกรูปแบบ

 ข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์ดังกล่าวสอดประสานไปในแนวทางเดียวกับผู้นำของหลายประเทศ โดยเฉพาะนายกอร์ดอน บราวน์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เจ้าภาพการประชุมครั้งนี้ ซึ่งยืนยันหนักแน่นคัดค้านมาตรการกีดกันการค้า พร้อมกับยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะหาข้อสรุปร่วมกันเกี่ยวกับหนทางกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน  ขณะที่ผู้นำของอีกหลายประเทศ เช่นเยอรมัน ยืนยันว่าจะไม่หารือเรื่องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ในการประชุมครั้งนี้

 ไม่ว่าการประชุมสุดยอดครั้งนี้จะประสบความสำเร็จหรือความล้มเหลว นายอภิสิทธิ์ก็ได้ทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนในกลุ่มประเทศอาเซียนและประเทศกำลังพัฒนาด้วยดีและเต็มไปด้วยหลักการ เราเชื่อว่าความจริงใจและความมุ่งมั่นนี้ จะมีส่วนช่วยพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสได้ในท้ายที่สุด