คอลัมนิสต์

 สนิมเกิดแต่เนื้อในตน

สนิมเกิดแต่เนื้อในตน

02 เม.ย. 2552

หลายปีมานี้รูปแบบอาชญากรรมในไทยเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมาก

จากเดิมที่เคยก่อเหตุในลักษณะตรงไปตรงมา ไม่สลับซับซ้อน ปล้นแบงก์ รถขนเงิน หรือฉ้อโกงประชาชน ส่วนใหญ่เกิดจากคนในหรือไม่ก็คนใกล้ชิดนั่นแหละ ลงมือเสร็จก็หนีกบดานสุดแล้วแต่ว่า สมองขบคิดของแต่ละคนจะมีรอยหยักมากน้อยแค่ไหน

 มาวันนี้ถึงแม้รูปแบบการก่อเหตุจะไม่แตกต่างจากเดิม แต่วิธีหลบหนีกฎบ้านกบิลเมืองแยบยลขึ้น

 โดยเฉพาะช่วงที่ประเทศไทยเกิดพิบัติภัยสึนามิ ดูเหมือนว่าผู้ร้ายหลายคดีคอยจ้องจะสร้างโอกาสจากทุกขภัยครั้งนี้

 เริ่มจาก พ.ต.ท.ศักดา ช่างเรือ อดีต รอง ผกก.สน.ลุมพินี ผู้ต้องขังคดีข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิง ปฐมบทแห่งการสวมเหยื่อสึนามิ แต่รองศักดาทำไม่แนบเนียน สุดท้ายเลยจบเห่

 มาถึงคดี "กันต์กนิษฐ์ อังกินันทน์" หรือจะเรียกว่า "ปานจิต ชิ้นศิริ" ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงน้ำมันเกือบหมื่นล้านบาท ก็ใช้วิธีแจ้งเป็นแจ้งตายจากสึนามิเช่นเดียวกัน

 กันต์กนิษฐ์เข้าถึงสายสนกลในแวดวงข้าราชการชั้นสูงของสำนักทะเบียนราษฎร์ได้ดีกว่ารองศักดา เธอจึงมีชีวิตโลดแล่นอยู่บนซากศพที่ใช้สิทธิ์สวมเป็นตัวเธอ ถึงแม้จะไม่สุขสบายเพราะปราศจากเสรีภาพ แต่ก็สะดวกสบายพอสำหรับคนที่หนีคดีอีนุงตุงนังพัวพันกันไปหมดอย่างเธอ

 แถมยังข้ามน้ำข้ามทะเลไปทำศัลยกรรมตกแต่งใบหน้า เอาปานดำที่แก้มซ้ายออกไป กลายเป็นคนใหม่ ใครไม่สนิทสนมคุ้นเคยก็ยากจะจดจำได้

 อีกคดี พ.ต.ต.เงิน ทองสุก อดีต สว.กอ.รมน.ช่วยราชการกองปราบปราม ที่พัวพันกับการหายสาบสูญของ สมชาย นีละไพจิตร ประธานนักกฎหมายมุสลิม เมื่อปี 2547 ที่มีญาติแจ้งว่าสูญหายไปกับอุทกภัยเขื่อนแควน้อยแตกที่ จ.พิษณุโลก ตั้งแต่ 19 กันยายน 2551 มาถึงวันนี้ก็ยังหาศพไม่เจอ


 สิ่งเหล่านี้บ่งบอกให้รู้ว่า ในคดีที่ผู้ต้องหามีเงิน มีอำนาจ และอิทธิพล สามารถเข้าถึงกระบวนการที่สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขสิ่งผิดให้กลายเป็นถูกได้ พวกเขาจะไม่ลังเลเลยที่จะกระทำ เนื่องจากมีคนที่พร้อมจะทรยศต่อระบบ จารีต และกระบวนการทางกฎหมาย

 สนิมเกิดแต่เนื้อในตนฉันใด ประเทศไทยก็จะไม่เจริญเพราะข้าราชการเหล่านี้ฉันนั้น

 

มัธยัสถ์ อินมา 020409
[email protected]