
นายของตำรวจคือประชาชน?
เราถูกหลอก บัตรราคาหมื่นนึง บางคนใส่ผ้าไหมไปเลยนะ เขาคิดว่าจะให้เขาขึ้นไปรับประกาศบนเวที แต่นี่ ไม่มีอะไรเลย พอไปถึงเรารู้สึกเลยว่า ผู้พูดเล่าด้วยน้ำเสียงแสดงความดูแคลนถึงวิธีการหารายได้ผ่านการขายบัตรที่ส่วนราชการต่างๆ กระทำกันจนกลายเป็นประเพณี
“ถ้าอยากได้เดี๋ยวจัดส่งไปให้ที่บ้าน” คือคำตอบของเจ้าหน้าที่เมื่อถูกซักถาม
เรื่องเล่าของผู้ประกอบการเกี่ยวกับวิธีการจัดหารายได้ในครั้งนี้ ทำให้ดิฉันนึกถึงคำบอกเล่าของอดีตนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ที่เล่าถึงปัญหาสารพัดที่เกิดขึ้นในสถานีตำรวจ ล้วนแล้วแต่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานและก่อร่างความคิดเห็นและความรู้สึกที่ไม่ดีกับตำรวจไทย ประเด็นหนึ่งคือการขายบัตร
“มีหมดแหละ จะเอาอะไรล่ะ ดนตรี กีฬา มวย โบว์ลิ่ง มีหมดที่โรงพัก”
เจ้าหน้าที่ตำรวจเล่าว่า “เขาบอกมาเลยนะ โรงพักนี้เงินเยอะต้องบริจาคเท่านี้ โรงพักไหนเล็ก ก็น้อยหน่อย โรงพักไหนใหญ่ ก็มากหน่อย”
ถึงแม้ว่าโรงพักใหญ่จะต้องจัดหารายได้ในแต่ละกิจกรรมมากหน่อย แต่นายตำรวจหลายๆ คนก็หมายปองที่จะได้อยู่โรงพักใหญ่
“โรงพักใหญ่ มีรายได้เยอะก็ต้องส่งเยอะ ก็ถือว่ายุติธรรมนะ”
ในโลกของตำรวจนั้น ที่มาของรายได้ที่มีความแตกต่างหลากหลาย ซับซ้อน และผลประโยชน์ที่ไม่สามารถเปิดเผยได้อย่างชัดเจนตรงไปตรงมา ทำให้บ่อยครั้งที่ความไม่ลงตัวของผลประโยชน์คือบ่อเกิดของความขัดแย้ง และส่งผลกระทบต่อการทำงานเป็นทีม
“ตอนนั้นผมก็ไม่รู้นะว่าจะจัดสรรอย่างไร พี่คนหนึ่งเขาก็บอกว่า ธรรมเนียมน่ะพี่สองน้องหนึ่ง”
ในครั้งนั้น ดิฉันได้แต่สงสัยว่า ทำไมคนหารายได้ซึ่งเป็นน้องจึงได้รับจัดสรรน้อยกว่าผู้ที่ไม่ได้เป็นผู้หาแต่เป็นผู้นำ นายทหารอธิบายให้ดิฉันฟังสอดคล้องกับประสบการณ์ที่ดิฉันคุ้นเคยว่า “ทหารกับตำรวจแตกต่างกัน ทหารน่ะนายเลี้ยงลูกน้อง แต่ตำรวจลูกน้องต้องดูแลนาย”
หลังจากติดต่อสนามกอล์ฟ จัดหาแคดดี้สวยและฝีมือดีแล้ว เหล่านายตำรวจพากันไปต้อนรับและนั่งเฝ้ารอนายที่กำลังเล่นกอล์ฟ ในระหว่างรอพวกเขาโทรศัพท์ติดต่อร้านอาหารที่อร่อยที่สุดในย่านนั้นหรือมีอาหารจานโปรดที่สืบทราบมาแล้วว่านายชอบ อาหารดี ดนตรีไพเราะ บริกรสาวสวย บรรยากาศดี ถูกนำมาต้อนรับขับสู้นายเต็มกำลังเท่าที่ตนเองจะมีความสามารถจัดหาให้นายได้ วัฒนธรรมการดูแลนายผูกโยงอยู่บนระบบอุปถัมภ์ โดยหวังว่านายจะพอใจและเมตตาส่งเสริมสนับสนุนให้ได้อยู่โรงพักเกรดเอ
“ก็เพราะว่า เราไปยึดติดจัดเกรดว่าเป็นเกรดอะไร เวลาได้ไปอยู่โรงพักเล็กๆ ที่เราบอกว่าเกรดซี เลยช้ำใจ” คำบอกเล่านี้ดูเหมือนว่าการจัดเกรดโรงพักมีเพียงมิติด้านขนาด ใหญ่ หรือ เล็ก แต่โดยเบื้องหลังนั้น เกรดของโรงพักถูกจัดด้วยมิติหลายประการ และสิ่งที่ดึงดูดใจคือแหล่งและปริมาณของรายได้นอกระบบ"
การที่นายตำรวจจะได้ทำงานในที่แห่งใดจึงมิได้ถูกพิจารณาเฉพาะฝีมือ หรือความสามารถที่เหมาะสมกับสภาพปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่ที่โรงพักนั้นตั้งอยู่ หากแต่มีเหตุผลที่มาหลายประการ การดูแลนายก็เป็นเพียงหลักการพื้นฐานขั้นต้นเท่านั้น
นายตำรวจจำเป็นต้องฝ่าด่านผลประโยชน์ของบุคคล กลุ่มบุคคล องค์กรที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือองค์กรการเมือง ซึ่งเต็มไปด้วยผลประโยชน์หลากหลายรูปแบบและมีความจำเป็นต้องจัดหานายตำรวจที่สามารถดูแล ปกป้องผลประโยชน์ของกลุ่มการเมืองได้ มาบรรจุแต่งตั้งในสถานีตำรวจที่เป็นเขตรับผิดชอบของพวกเขา
ดังนั้น การที่จะคาดหวังว่าบรรดานายตำรวจถูกส่งมาประจำยังสถานีตำรวจเพื่อมาบำบัดทุกข์บำรุงสุขของประชาชนในแต่ละพื้นที่ และคิดว่า นายคือประชาชน คงเป็นเพียงความจริงส่วนหนึ่งเท่านั้น
ผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข



