คอลัมนิสต์

หลังจี 20 จะมีระเบียบโลกใหม่

หลังจี 20 จะมีระเบียบโลกใหม่

31 มี.ค. 2552

ในอดีตเรามักพูดถึงระเบียบโลกใหม่หลังสงครามเย็น หรือการล้มสลายของสหภาพโซเวียต ซึ่งเป็นบริบทของการเปลี่ยนแปลงในการเมืองโลกที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน

ในวันที่ 2 เมษายนนี้ ที่กรุงลอนดอน จะมีประชุมสุดยอดของผู้นำจาก 20 ประเทศ เพื่อหาทางออกของวิกฤติเศรษฐกิจโลก มันจะเป็นการพบกันที่ค่อยข้างพิเศษ ทุกประเทศเข้าประชุมนั้นต่างเป็นประเทศมีพลังทางเศรษฐกิจแทบทั้งสิ้น

 ผลจะออกมาอย่างไรนั้นยังไม่มีใครทราบ แต่ที่แน่ๆ คือ มันจะต้องมีระเบียบโลกใหม่เกิดขึ้นมาใหม่แน่นอน ซึ่งเปิดโอกาสให้ประเทศกำลังพัฒนามีสิทธิมีเสียงมากขึ้นในเวทีระหว่างประเทศ จีน อินเดีย และบราซิลจะต้องโดดเด่นขึ้นมา มหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาและยุโรปยังมีความสำคัญอยู่ แต่จะไม่มีอำนาจอันล้นพ้นแบบในสมัยก่อนที่เคยวางกรอบและกฎเกณฑ์การคลังโลกและระเบียบอื่นๆ จนเคยตัว

 ขณะนี้ความน่าเชื่อถือของประเทศอุตสาหกรรมได้ตกตํ่าสุดขีด เนื่องจากประเทศเหล่านี้ไม่มีธรรมาภิบาล หรือการตรวจสอบที่ดีเข้มงวดอย่างทุกคนเชื่อกัน มีการบริโภคเกินตัวและใช้เครดิตมากเกินความจำเป็น ผู้บริหารระดับสูงในวงการธุรกิจต่างๆ รวมทั้งการเงินที่มีเครือข่ายระหว่างประเทศนั้นมีแต่ความโลภ ทะเยอทะยานส่วนตัว สร้างความเสียหายให้ระบบการเงินและเศรษฐกิจโลก

 ผู้นำจากประเทศเอเชียและละตินอเมริกาจะมีการเรียกร้องให้มีการวางระบบการเงิน การคลังใหม่ที่ต้องเปิดกว้างมากกว่านี้เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและบทบาทของประเทศที่ไม่ได้มาจากสหรัฐอเมริกาและยุโรป ที่น่าสนใจคือความคิดสองแนวที่ต้องถกเถียงกันคือกลุ่มประเทศที่ต้องใช้แผนการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเดียว กับกลุ่มประเทศที่ต้องการปฏิรูประเรียบและกฎข้อบังคับต่างๆ ที่ทำให้เกิดภาวะวิกฤติในปัจจุบัน

 กลุ่มแรกนำโดยสหรัฐอเมริกาที่เห็นว่าจะต้องมีการอัดฉีดเงินเป็นจำนวนมากเพื่อรักษาสภาพคล่องของระบบการคลัง รวมทั้งเข้ามาบริหารหนี้สินของภาคเอกชน ในลักษณะเดียวกับที่รัฐบาลไทยในยุครัฐบาล ชวน หลีกภัย เคยทำมาแล้ว ส่วนกลุ่มหลังนั้นเป็นกลุ่มยุโรป นำโดยอังกฤษกับเยอรมนีที่เห็นว่ากฎเกณฑ์ระเบียบต่างๆ ที่มีอยู่นั้นไม่ทันสมัยพอที่จะตามทันผู้บริหารในวงธุรกิจการเงินในระดับโลกได้

 โชคดีสำหรับไทย นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้รับเชิญจากเจ้าภาพให้เข้าไปร่วมการประชุมที่กรุงลอนดอนด้วย พร้อมกับเลขาธิการอาเซียน ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ นับว่าเป็นโอกาสอันดีที่คนไทยจะแสดงฝีมือและความเข้าใจของผู้นำไทยและอาเซียนด้วย

 อย่าลืมไทยไปในฐานะเป็นประธานอาเซียน พูดง่ายๆ ทีมนี้เป็นดรีมทีมเป็นคนไทย แต่ทำงานใหญ่ให้แก่ภูมิภาค ต้องมีการประสานงานกันก่อน เลขาธิการสุรินทร์ได้ส่งจดหมายให้ผู้นำเอเชีย (จีน ญี่ปุ่น เกาหลี อินโดนีเซีย และไทย) ที่เข้าร่วมลอนดอนซัมมิตเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา เพื่อซักซ้อมประเด็นต่างๆ ที่จะหยิบยกขึ้นมาพูด เพื่อให้อยู่ในแนวเดียว

 ความคิดเห็นของไทยและอาเซียนบวกสามในการประชุมครั้งนี้จะมีนํ้าหนักมากเนื่องจากประเทศเอเชียผ่านวิกฤติในลักษณะเดียวกันเมื่อปี 1997-1998 มาแล้ว จึงไม่แปลกผู้นำเอเชียจะใช้เวทีนี้ส่งเสริมบทบาทของเอเชียทั้งหมดในระเบียบใหม่ที่จะเกิดขึ้นมา