คอลัมนิสต์

สู้ยาวหลายแดดแล้ว

สู้ยาวหลายแดดแล้ว

31 มี.ค. 2552

สร้างประวัติศาสตร์การชุมนุมของมวลชนเสื้อแดง เมื่อยืดเยื้อเกิน 4 วัน ทำให้แกนนำ นักรับจ้างจัดม็อบลบคำสบประมาทได้สำเร็จ จาก “แดงแดดเดียว” เป็น “แดงหลายแดด” หวังสร้างสถิติใหม่ กะจะลากยาวไปถึงวันสงกรานต์โน่น

 จะต้องใช้งบดึงมวลชนได้มากน้อยเพียงใด ต้องประเมินอัตรารายหัว หักจากจำนวนมวลชนที่มาด้วยใจ ควักกระเป๋าเอง ซึ่งอยู่ในกรุงเทพฯ และพื้นที่รอบนอกกรุงเทพฯ ช่วงแดดร้อนมีคนมากระดับร้อย หรือพันต้นๆ กลางคืนมาหมื่นกว่า เพียงแค่นี้ทำให้แกนนำฮึกเหิมสุด ฝันหวานถึงรายได้อีกก้อนใหญ่

 รัฐบาลทำอย่างไร? ถ้าจะให้ประเมินแบบไม่เกรงใจ ต้องบอกว่าพ่ายแพ้ในสงครามสื่อ เพราะข่าวการชุมนุมของมวลชนเสื้อแดงได้รับการนำเสนอโดยตลอด แม้จะเป็นเพียงช่วงสั้น ถือว่าเป็นการตีกิน ต่างจากช่วงการชุมนุมโดยกลุ่มพันธมิตร ซึ่งสื่อทีวีต่างพยายามละเว้นการนำเสนอ เพราะกลัวอำนาจรัฐ

 กรมประชาสัมพันธ์ยังถูกมองว่าอยู่ในการควบคุมของคนในเครือข่ายทักษิณ ไล่มาตั้งแต่ข้าราชการใหญ่น้อย รวมทั้งลูกมือด้านเทคนิค เพราะยังไม่มีความพยายามในการจัดการเครือข่ายวิทยุชุมชนและสื่ออื่นๆ ซึ่งเป็นเครือข่ายเผยแพร่ข้อมูลเท็จ สร้างความแตกแยก และรัฐบาลไม่กล้าโยกย้ายอีกด้วย

 การเมืองในซีกรัฐบาล การแบ่งปันอำนาจและผลประโยชน์ของกลุ่มการเมือง ทำให้สถานการณ์เสื่อมทรามเลวร้ายลง จนอาจทำให้ประชาชนมองว่ารัฐบาลเสียอำนาจการควบคุม เพราะหน่วยงานอื่นๆ ของรัฐ เช่น กองทัพ ยังสงบนิ่ง ไม่เคลื่อนไหว เพียงรักษาความสงบ ไม่ให้เกิดเหตุร้ายรุนแรงเท่านั้น

 การโฟนอินของอดีตหมาเชื่องคงหมดข้อมูลสำคัญสำหรับดึงดูดม็อบให้เกาะติดการชุมนุม แต่จะเพิ่มความรุนแรงในการใช้ถ้อยคำตอกย้ำข้อกล่าวหาเดิมๆ ปลุกเร้าอารมณ์ของคนโดนแดดเผา ให้เข้าทางนักจัดม็อบสร้างรายได้

 ความอ่อนแอทำให้ฝ่ายรุกหนักฮึกเหิม มาถึงจุดนี้คนหนีคุกยอมรับสภาพแล้วว่าการทุ่มสรรพกำลังครั้งนี้ต้องชนะให้ได้ แม้บ้านเมืองจะแตกแยกลุกเป็นไฟ เพราะความพ่ายแพ้หมายถึงการหมดโอกาสได้เหยียบแผ่นดินเกิด

 ไหนๆ ก็อยู่ไม่ได้ ก็ต้องใช้เงินจ้างพวกเสือหิว หมาโหย ให้ทำงานเพื่อตัวเอง ล้างแค้นพวกที่ตัวเองเชื่อว่าเป็นต้นตอของการสูญเสียอำนาจการเมือง

 รัฐบาลจะทำตัวเป็นเทพผู้สูงส่ง ไม่ยอมลดตัวไปฟัดกับหมาเชื่องหรือหมาบ้าไม่ได้ เพราะหมาเชื่องมีมวลชนสนับสนุน ขณะที่รัฐบาลหรือค่ายสะตอไม่มีฐานมวลชนอย่างเป็นรูปธรรม และกว้างขวาง เป็นเพียงพวกลงคะแนนให้ช่วงเลือกตั้ง แปรเปลี่ยนได้ ถ้ามีทางเลือกที่ดีกว่า หรือเห็นค่ายสะตอไม่เข้าท่า

 ช่วงนี้รัฐบาลหวังความช่วยเหลือจากแสงแดดและอากาศร้อนเป็นตัวช่วยบั่นทอนมวลชนเสื้อแดงเท่านั้น นอกจากการตั้งรับและแก้ข่าวบางเวลา แต่ไร้ยุทธศาสตร์ในการตอบโต้ปรปักษ์การเมือง มีเครือข่ายทั้งในและนอกสภา

 การเพิกเฉยจะถูกมองว่าอ่อนแอ ทำให้คนขาดความเชื่อมั่นนะดิ! อิอิอิ!!!