คอลัมนิสต์

กองทัพท่ามกลางศึกนอก ศึกใน ศึกใต้ ศึกตะวันออก

กองทัพท่ามกลางศึกนอก ศึกใน ศึกใต้ ศึกตะวันออก

30 มี.ค. 2552

ใครเป็นทหารในเวลานี้ย่อมหนักใจครับ เพราะยุคนี้เป็นยุคที่ทหารต้องเผชิญหน้ากับปัญหาด้านความมั่นคงที่หลากหลายที่สุดตั้งแต่เคยเป็นมา บางเรื่องที่คิดว่าหมดสิ้นกันไปนานแล้ว เช่น เรื่องของความพยายามเปลี่ยนแปลงการปกครอง ล้มล้างสถาบัน ก็ยังกลับมา

 แถมซับซ้อนขึ้น ไม่อาจใช้กำลังแก้ไขได้เต็มสูบ การก้าวเดินในทุกเรื่องล้วนถูกจับตาและวิพากษ์วิจารณ์ในด้านลบได้ทั้งสิ้น แม้แต่การไม่ขยับตัวในบางเรื่องก็ยังถือเป็นประเด็น

 แม้ว่าหน่วยข่าวกรองล้วนยืนยันตรงกันว่า เสื้อแดงคงชุมนุมไม่ยืดเยื้อและไม่มีความรุนแรง แต่ทหารก็ต้องยุ่งเกี่ยวในปัญหานี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากตามหลักการแล้ว กองทัพเป็นเครื่องมือของรัฐบาล การเตรียมความพร้อมเป็นเรื่องที่จำเป็น แต่ก็ทำให้เกิดความรู้สึกทั้งเขม็งตึงและเบื่อหน่ายไปพร้อมกัน ยิ่งมีกำลังพลบางส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเมืองจนเกินงาม ทหารอาชีพที่เขาไม่อยากรับใช้ผลประโยชน์ส่วนพวกพ้องของคนบางกลุ่มก็อ่อนใจ ใส่เกียร์ว่าง เอกภาพของกองทัพย่อมอยู่ในภาวะเสี่ยง

 ปรากฏการณ์หมิ่นสถาบันกำลังระบาดอย่างไม่น่าเชื่อ ทหารต้องลงพื้นที่ปฏิบัติการจิตวิทยามากขึ้น เพราะนี่คือภารกิจที่ต้องปกป้องสถาบันหลักของชาติ แต่กลับพบว่าปัญหานี้กลายเป็นปัญหาเชิงซ้อนที่ไม่ใช่เกี่ยวข้องแค่การปลุกระดมเท่านั้น แต่เกี่ยวข้องกับปัญหาอื่นที่ฝ่ายที่ไม่ใช่ทหารต้องเป็นคนแก้ เช่น เรื่องของข้าวยากหมากแพง ความไม่ยุติธรรม หรือการทะเลาะเบาะแว้งทางการเมือง ดังนั้นการเอาชนะปรากฏการณ์นี้ต้องอาศัยความร่วมมือและศิลปะที่มากมายกว่าการหวังพึ่งกองทัพ

 เมื่อประเทศชาติอ่อนแอ กองทัพต้องแบ่งกำลังและสมาธิมาสนใจการป้องปรามความไม่สงบทางครึ่งบนของประเทศ ผู้ก่อการร้ายในภาคใต้ก็เหิมเกริม ระยะนี้โจรร้ายปฏิบัติการถี่และอุกอาจขึ้นอีก หลังจากซบเซาไปพักใหญ่ ทหาร ข้าราชการและชาวบ้านตายร่วงหล่นวันละหลายศพนั้น กลายเป็นเรื่องชินชา ปราศจากความสนใจ เมื่อเทียบกับการกัดกันทุกวันเหมือน แดร็กคิวล่า ของนักการเมือง (เพราะกัดแล้วไม่ตายไปซะที) ปัญหาเขมรแม้เวลานี้จะสงบลง แต่การรุกล้ำเพิ่มเติมกำลังของเพื่อนบ้านเรายังมีตลอด 

 นี่ยังไม่รวมถึงการเหิมเกริมของสนิมเนื้อในอย่างพวกรับจ๊อบมาเฟียอีกนะ ที่เขียนมานี่ก็แค่อยากให้เห็นใจทหาร และหวังว่าสถานการณ์ความแตกแยกรุนแรงของชนในชาติคงไม่บานปลายจนถึงกับทำให้ทหารไม่สามารถแต่งครึ่งท่อนเดินถนนได้เหมือนปี 35 อีกล่ะ