
ชายแดนใต้ : คำตอบอยู่ที่หมู่บ้าน
ช่วงยุคแรกของการต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ไทยนั้น ทางราชการมองว่า ต้นเหตุของปัญหามาจากนอกประเทศ นั่นคือ ความพยายามเพื่อยึดครองโลกของรัสเซียและจีนแดง โดยมีพรรคคอมมิวนิสต์ไทยที่มี คนไทย เป็น สมุนรับใช้ นำ ต่างชาติ เหล่านี้มายึดครองประเทศไทยเพื่อเปลี่ยนให้เ
ดังนั้นยุทธศาสตร์หลักในการแก้ปัญหาของราชการไทยจึงแบ่งเป็น 2 ด้าน
ด้านหนึ่งใน ระดับสากล เพื่อต่อสู้กับรัสเซียและจีนแดง จึงต้องเลือกเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับอเมริกา และอีกด้านหนึ่งใน ระดับปัญหาภายใน คือการกำจัด “คนไทยขายชาติ” ที่รับแผนคอมมิวนิสต์มาทำร้ายประเทศชาติให้หมดสิ้นไป เกิดประโยค "สืบให้ทราบ ค้นให้พบ ฆ่าให้เรียบ"
เรื่องราวของสงครามกลางเมืองระหว่างคนไทยครั้งนั้นสรุปได้รวดรัดเช่นนี้เอง
พื้นฐานความเข้าใจของราชการเช่นนี้แน่นอนว่า ย่อมมีส่วนถูกต้องอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ถูกต้องไปเสียทั้งหมด หากเข้าใจว่า ต้นเหตุของปัญหานี้ รวมทั้งอีกหลายๆ ปัญหาแม้ในชีวิตประจำวันมักมิได้เกิดจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งแต่เพียงอย่างเดียว ทว่ายังมีสาเหตุอื่นๆ ประกอบด้วย
การกำหนดสาเหตุของปัญหาจึงต้องจำแนกให้ได้ว่า อันใดเป็นปัญหาหลัก เป็นปัญหาชี้ขาด และอันใดเป็นปัญหารอง เป็นปัญหาประกอบ
จนกระทั่ง “ป๋าเปรม” นำแนวทางใหม่ “คำสั่ง 66/23” ยกเอาเงื่อนไขความไม่เป็นธรรมในสังคมมาเป็น ปัญหาหลัก ลดระดับการสนับสนุนจากต่างประเทศเป็น ปัญหารอง จากนั้นจึงกำหนดยุทธศาสตร์ยุทธวิธีให้สอดคล้อง ปัญหาสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อยาวนานและมืดมนในการหาทางออกจึงคลี่คลายลงในที่สุด
เริ่มต้นด้วยความเข้าใจทางยุทธศาสตร์ที่ถูกต้อง การกำหนดยุทธวิธีก็เป็นเรื่องง่าย
หลังจากนั้น "คำตอบอยู่ที่หมู่บ้าน" ก็กลายเป็นประโยคติดปากของเจ้าหน้าที่ในยุคนั้น
"คำตอบ" ที่ว่านี้หมายรวมถึงทั้งปัญหาความไม่เป็นธรรมจาก "เผด็จการ อิทธิพล อำนาจมืด" ที่กดขี่ข่มเหงราษฎรผู้บริสุทธิ์ซึ่งเป็นหน้าที่ของทางราชการที่จะต้องชิงเข้าขจัดปัดเป่าแทนที่จะให้สหายในป่าใช้เป็นเงื่อนไขก่อสงครามประชาชน
“ผลพลอยได้” ที่ตามมาคือ “ข่าวสาร” ของคู่ต่อสู้
เมื่อชาวบ้านเกิดความไว้วางใจต่อเจ้าหน้าที่ ข่าวสารต่างๆ ของคนป่าจึงหลั่งไหลสู่เจ้าหน้าที่ซึ่งก็เปลี่ยนแนวความคิดใช้ "การเมืองนำการทหาร" แล้ว วิธีการรุนแรงแบบ "สืบให้ทราบฯ" ไม่มีอีกแล้ว มีแต่ "ประพฤติต่อผู้หลงผิดอย่างเพื่อนร่วมชาติ" จนนำไปสู่การหลั่งไหลจากป่าสู่เมืองเพื่อ "ร่วมพัฒนาชาติไทย" ในที่สุด
ในระดับยุทธวิธี “หมู่บ้าน” จึงเป็นจุดชี้ขาดของชัยชนะ
หันไปมองปัญหาในชายแดนใต้ทุกวันนี้...
ไม่ต้องผ่านหลักสูตรการข่าวของทางราชการ ไม่ต้องเข้าใจคำว่า ยุทธศาสตร์-ยุทธวิธี ใครก็ทราบดีว่า ในทุกหมู่บ้านนั้น ชาวบ้านในหมู่บ้านย่อมรู้กันดีว่า ...ใครเป็นใคร
โดยเฉพาะทุกวันนี้ที่การก่อการร้ายมิได้ใช้วิธีการซ่องสุมกำลังในพื้นที่ป่าเขาแล้วส่งกำลังมาปฏิบัติการในพื้นราบและในเมืองเช่นในอดีต ผู้ก่อการร้ายไม่ว่าจะระดับไหนจึงหลีกไม่ได้ที่จะต้องใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้านนั่นแหละ
ชาวบ้านในหมู่บ้านย่อมรู้กันดีว่า ...ใครเป็นใคร
แต่เพราะเหตุใดทางราชการไม่ว่าทหาร ตำรวจ พลเรือน จึงไม่ได้รับเบาะแสข่าวสารเหล่านี้ ทำให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้แต่ทหารยังถูกฆ่าตัดหัว
ป่วยการ และแทบจะไม่เห็นเหตุผลเลยที่มีการตั้งด่านตรวจ ค่ายคูประตูหอพร้อมกำลังติดอาวุธกันเอิกเกริกอยู่ตามชุมชนและถนนหนทางเช่นทุกวันนี้
เพราะนี่ไม่ใช่ “ปัญหาหลัก” แต่เป็นเพียง “ปัญหารอง”
เพราะ "คำตอบ (ยังคง) อยู่ที่หมู่บ้าน" และจะเป็นเช่นนี้ตลอดไป
คำถามคือ ทำอย่างไรจึงจะได้คำตอบจากหมู่บ้าน ?
พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์



