คอลัมนิสต์

เกาะติดภารกิจ191ปรามเหตุป่วนเมือง

เกาะติดภารกิจ191ปรามเหตุป่วนเมือง

18 ก.ย. 2553

"ต้องสงสัย สงสัย ทุกอย่างที่เห็นให้ได้มากที่สุด" ส.ต.อ.ปกิต มูลเพ็ญ หมู่งานสายตรวจ 2 กก.สายตรวจ บก.สปป. บอกถึงหัวใจการทำงานสายตรวจก่อนเริ่มปฏิบัติหน้าที่ในโมงยามที่บ้านเมืองต้องเผชิญกับสถานการณ์วิกฤติตลอดเวลา ทั้งเรื่องระเบิดป่วนเมือง โจรผู้ร้ายชุกชุม ตลอ

  การทำงานสายตรวจของกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191 แต่ละชุดจะทำงาน 8 ชม. พัก 24 ชม. โดยแบ่งออกเป็น 3 เวลา คือ รอบเช้า จะเป็น หกโมงเช้าถึงบ่ายสอง รอบบ่าย เป็น บ่ายสองถึงสี่ทุ่ม รอบดึก จะเป็น สี่ทุ่มถึงหกโมงเช้า เรียกได้ว่าตลอด 24 ชม. จะมีการออกตรวจไปตามพื้นที่อยู่เสมอ

 ใกล้วันชุมนุมใหญ่ของกลุ่มเสื้อแดงทีมงานสายตรวจอาจต้องทำงานหนักเป็นพิเศษหรือไม่ ทีมข่าวสารพันตำรวจ ขออาสาติดรถสายตรวจออกดูแลความสงบเรียบร้อยให้แก่ประชาชน ตั้งแต่บ่ายสองโมงถึงสี่ทุ่ม ซึ่งเป็นเวลาของชุดสายตรวจผลัดที่สอง ได้เวลาปล่อยรถตำรวจสีดำมีแถบสีขาวมีตรานครบาล มีข้อความท้ายรถว่าพบเหตุด่วนเหตร้ายแจ้ง 191 มีเลขสี่หลักประจำข้างรถเพื่อให้รู้ว่าเป็นจากสังกัดไหนหน่วยไหน ได้เวลาออกไปปฏิบัติหน้าที่ แต่ก่อนหน้าจะออกไปตรวจได้จะต้องมีการอบรมปล่อยแถว 15 นาที ตรวจเครื่องแต่งกาย ตรวจอาวุธ เรียกได้ว่าตรวจความพร้อมก่อนที่จะออกพื้นที่

 "เดี๋ยวมีเหตุอะไรจะพาไปดู แต่ไม่มีเหตุย่อมจะดีกว่านะ" ตำรวจพลขับบอกไปพลางยิ้มขณะพาทีมงานนั่งรถตระเวนเพื่อตรวจพื้นที่ ซึ่งรถคันนี้เป็นรถของผู้ช่วยสายตรวจจึงขับไปได้ ในพื้นที่ 25 สน. ซึ่ง ด.ต.รังสรรค์ วรพันธ์ ผบ.หมู่งานสายตรวจ 2 กก.สายตรวจ และ ส.ต.อ.ปกิต มูลเพ็ญ หมู่งานสายตรวจ 2 กก.สายตรวจ บก.สปป. กำลังออกปฏิบัติหน้าที่

 การขับรถสายตรวจนั้นเมื่อเข้าเขตพื้นที่รับผิดชอบแล้ว ก็จะค่อยๆ ลดความเร็วลง เป็นการขับช้าๆ สายตาคอยมองไปทางซ้ายทีขวาที คอยสังเกตสิ่งที่เห็น แค่เพียงรถวิ่งผ่านว่าใครกำลังทำอะไรอยู่ แล้วมีท่าทีที่ผิดสังเกตไหม สิ่งที่ควรจะมีสำหรับตำรวจสายตรวจนั้นคือ ไหวพริบ การสังเกต การจดจำ ควรจะสงสัย สงสัยให้มากไว้ก่อน ว่าทำไมตรงนี้มันมีคนมุงเยอะ ทำไมคนนี้หลบตามีพิรุธ ก็ต้องสงสัยไว้ก่อน

 "เรียกผ่านฟ้าจาก 1203 เปลี่ยน" เวลาออกไปตรวจนั้นเราก็ต้องคอยรายงานทางศูนย์ผ่านฟ้าด้วย ว่าเราอยู่ที่ไหน เพราะเมื่อคนที่โทรเข้ามาที่ 191 นั้นจะไปติดที่ศูนย์ผ่านฟ้า แล้วเมื่อมีเหตุนั้นเขาก็จะว.มาถามพี่อีกทีว่าเราอยู่ใกล้เหตุนั้นไหมแล้วส่งเราไปตรวจสอบ ถ้าไม่ใกล้ก็ให้ตำรวจในพื้นที่ไปดู บางทีก็วอให้สายตรวจมอเตอร์ไซค์ไปดูจุดเสี่ยงที่เราต้องเฝ้าระวัง ตอนนี้ก็มีบ้านบุคคลสำคัญ สถานทูตสำคัญต่างๆ ที่เปลี่ยว จุดล่อแหลมตามที่เราเคยกำหนดมา

 "เวลาขับแบบไม่มีจุดหมายนี่แหละไม่น่าเบื่อ เพราะไม่รู้ว่าจะเจออะไรข้างหน้าบ้าง" ด.ต.รังสรรค์ เปรยขึ้น

 "เคยเจอเรื่องตื่นเต้นเหมือนกันอย่างที่เราต้องลงไปปิดล้อมเอง ถามว่ากลัวไหม ก็กลัวนิดนึงแต่ไม่มาก กลัวนี่คือกลัวคนข้างหลังว่าเขาจะอยู่อย่างไร

ฉะนั้นเวลาก่อนที่เราต้องลงรถไปตรวจนั้นเราก็ต้องพร้อมตลอดเวลา เพราะเราไม่รู้ว่าคนที่เราลงไปตรวจนั้นเขามีอาวุธอะไรหรือเปล่า เขาทำคดีอะไรมาก่อนหรือเปล่า" ส.ต.อ.ปกิต เสริม

 ขณะที่ขับตรวจพื้นที่ไปเรื่อยๆ เจอกับมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่กำลังจดโพยบอลกันอยู่ ทันทีที่เลี้ยวผ่านก็ลงไปตรวจและสามารถจับกุมมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่เล่นพนันบอลได้ ตำรวจทั้งสองบอกว่า ก็สังเกตเอาว่ามีกระดาษยาวๆ แล้วก้มหน้าก้มตาดูอย่างเดียว นี่ก็ใช่แล้ว !!

 ส่วนมาตรการสำคัญของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ(191) จะมาช่วยเสริมกำลังดูแลความสงบเรียบร้อยในช่วงชุมนุมวันที่ 19 กันยายนนี้ พ.ต.อ.มนตรี แป้นเจริญ ผู้กำกับการสายตรวจ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (191) กองบัญชาการตำรวจนครบาล บอกว่า หลังจากที่มีเหตุการณ์ระเบิดตามที่ต่างๆ ก็เพิ่มความเข้มในการปฏิบัติ จัดชุดเคลื่อนที่เร็ว คือจะเป็นการเพิ่มจุดในการดูแลพื้นที่ชุมชนสำคัญ สถานีรถไฟฟ้า และสถานที่ที่ระวังเป็นพิเศษ ก็เป็นไปตามบ้านเมือง ก็มีสถานทูตต่างๆ ส่วนเวรรอบนอกพระตำหนัก วัง พระราชวัง เราก็ดูตามปกติอยู่ แล้วก็จุดชุมชนที่คนเยอะๆ จัดทีมสายตรวจเข้าไปช่วยเสริมท้องที่เขา เพราะทุกพื้นที่เขามีตำรวจรับผิดชอบอยู่แล้ว

 "วันที่ 19 กันยายนนี้ ไม่คิดว่าน่าจะเป็นการชุมนุมทางการเมือง แค่เป็นกิจกรรม แต่มันเป็นวันที่ต้องระวังเป็นพิเศษ การเข้าร่วมกิจกรรมก็ต้องมีการตรวจดูอาวุธ ดูว่ามีมือที่สามสอดแทรกเข้ามาไหม คือคนจะบาดเจ็บล้มตายไม่ได้อีกแล้ว เราก็จะจัดตำรวจเข้าไปดูแลความปลอดภัยให้มากกว่าวันอื่นๆ คือบ้านเมืองอย่างนี้เราก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราก็ต้องระวังไม่ให้เกิดให้ดีที่สุด"  พ.ต.อ.มนตรี บอกถึงแผนเสริมกำลัง ซึ่งจัดเตรียมตำรวจนอกเครื่องแบบอีกชุดไปทำงานในเชิงรุกเพื่อช่วยในการปราบปราม แต่ถ้าในเชิงป้องกันเราก็ใช้สายตรวจ รถสายตรวจป้องกันเหตุ ตำรวจที่ไปอยู่ก็ต้องเข้มมากขึ้น แทนที่จะยืนเดินเฉยๆ ก็ต้องมีการสงสัย เฝ้าสังเกตให้มากขึ้นกว่าเดิม เวลาที่ออกไปก็จะมีเป็นคู่บัดดี้เหมือนในเมืองนอกแหละ มีพลขับคนนึง บัดดี้คนนึง แต่ละวันเราจะจัดเวรกันไป

 "อยากจะให้เตือนประชาชนก็อยากให้บอกว่า ตอนนี้เรามีกฎหมายตรงนี้อยู่การจัดกิจกรรมต่างๆ ให้คำนึงถึงด้วยว่ามันมีพ.ร.บ.ฉุกเฉินตรงนี้อยู่ ตอนนี้ส่วนตัวคิดว่าบ้านเมืองต้องการการเยียวยามากกว่าจะไปทำให้บอบช้ำมากกว่านี้ เอาให้ประเทศทรงตัวให้ได้ก่อนดีกว่า" พ.ต.อ.มนตรี ฝากเตือนประชาชน