คอลัมนิสต์

ยุทธการเลือดเข้าตา

ยุทธการเลือดเข้าตา

28 มี.ค. 2552

ป่านนี้ยุทธการหมาบ้าจะลุกลามยืดเยื้ออย่างไร ชาวบ้านน่าจะรู้ผลบ้างแล้ว เพราะเห็นการชุมนุมวันแรกมีแต่ความขลุกขลัก กว่าจะตั้งเวที รอม็อบเสื้อแดงมารวมตัวกันได้ละลานตา ก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยงวัน

แสดงว่ามีปัญหาด้านยุทธศาสตร์การระดมพลังคนจากภาคต่างๆ ต้องรอดูว่าเป็นการกระจาย ทยอยจำนวนคนมาเพื่อยื้อเวลา แทนที่จะโหมทุ่มจำนวนคนมาวันแรก เพื่อทดสอบความอดทนกับแสงแดดแผดร้อน

 เห็นสภาพคนนั่งกางร่มกลางสนามหลวง รอพวกหัวขวดหัวกะโหลกหนาปาดเหงื่อโซมหน้าแล้ว รู้สึกสงสารเช่นกัน พวกที่มาด้วยใจก็มุ่งมั่น เชื่อว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นถูกต้อง พวกที่มาด้วยปัจจัยอื่น ทั้งสินจ้าง เบี้ยเลี้ยงเป็นเพียงเครื่องมือประกอบสำหรับการชุมนุม

 พวกที่สบายที่สุด คือพวกแกนนำ ยิ่งมีคนมามากเท่าไหร่ ก็ได้หลักฐานไปเบิกเงินจากคนจ่ายน้ำเลี้ยง หักค่าหัวคิวอัตราโหด 80 เปอร์เซ็นต์

 การจัดม็อบเสื้อแดงชุมนุมในจังหวัดต่างๆ กลายเป็นช่องทางสร้างรายได้งามๆ ให้แกนนำ ดังนั้นภายในหัวขวด หรือกะโหลกหนานั้นมีความคิดพอสมควรว่าจะรวยอย่างไร ง่ายที่สุดคือสูบเงินจากเจ้าของท่อน้ำเลี้ยง

 งานจึงเข้าบ่อยๆ ไม่ต้องรอให้สั่ง ทำเองได้เงินเร็วกว่าเยอะ ! ฮ่า !

 การทนตากแดดร้อนๆ ด้วยใจ และด้วยปัจจัยนั้น มีแรงจูงใจต่างจากพวกแกนนำที่มีเงินก้อนใหญ่เป็นรางวัลสำหรับการเมือง

 เป็นการสมประโยชน์ทุกฝ่าย ทั้งคนลงทุนและคนรับจ้าง !

 คนลงทุน อยู่ในสภาพเหมือนหมาบ้ามีเดิมพันสูง งานนี้ต้องทุ่มเททุกอย่าง เพราะหวังล้มรัฐบาลเด็กมาร์ค ผ่านกฎหมายนิรโทษกรรม ทวงสมบัติคืนจากการอายัด และถ้าได้กุมอำนาจรัฐ ยังจะมีโอกาสได้ล้างแค้นปรปักษ์

 ถือโอกาสล้มล้างสถาบันด้วยหรือไม่ เจตนาร้ายฟ้องชัดอยู่แล้ว !

 ดังนั้นการลงทุนหลายร้อย หลายพันล้าน แลกกับเงินอายัด 6 หมื่นกว่าล้าน ถือว่าคุ้ม ยิ่งถ้าได้รอดคุก กลับมาเป็นใหญ่ กอบโกยเงินรอบใหม่ ก็ยิ่งกว่าได้เป็นเจ้าของขุมทรัพย์มหาศาล เพราะยังมีสมบัติแผ่นรอการถูกขายอีก

 สำคัญอยู่ที่ว่า ต้องข้ามศพประชาชน คนรักชาติอีกกี่ล้านคนเท่านั้น !

 ยุทธการหมาบ้าครั้งนี้ไร้เป้าหมาย ฟังพวกแกนนำหัวขวดกะโหลกหนาแล้วน่าหัวเราะ อ้างว่าจะเคลื่อนม็อบไปปิดล้อมรัฐบาล ไม่เข้าไปข้างใน ทวงถามคำขาดต่อรัฐบาล ซึ่งก็ได้คำตอบก่อนหน้าหลายรอบแล้ว

 ไม่ว่าจะยื่นคำขาด คำถามอย่างไร คำตอบคือ “ไม่”

 แต่พวกแกนนำหัวขวดกะโหลกหนาแกล้งทำเป็นเซ่อ ไม่เข้าใจภาษา คุยโวว่าจะมาปักหลักอยู่แบบยืดเยื้อหน้าทำเนียบรัฐบาล เริ่มวันพฤหัสฯ ที่ผ่านมา
 เหมือนกับมารอบที่แล้ว อยู่ได้นานที่สุด 3 วัน โดนแดดเผาจนสะบักสะบอม แต่พวกแกนนำอมเงินค่าจ้างไปจนสะดือปลิ้น
 แอบหัวร่อในพวกเดียวกันเอง ว่าม็อบหลอกง่ายจริงๆ เรียกเมื่อไหร่ก็มา เหมือนสังข์ทองร่ายมนต์เรียกปลา เรียกเนื้อ มาให้ตายต่อหน้า แจกให้ 6 เขย

 เมื่อมาแล้วก็ไป แล้วมาอีก ม็อบควรสงสัยได้แล้วว่าจัดชุมนุมแบบนี้หาพระแสงด้ามยาวอะไร มีผลประโยชน์แอบแฝงอย่างไร

 เฉลยได้ไม่ยาก ! พวกแกนนำต้องการหลอกเบิกเงินจากเจ้าของน้ำเลี้ยง ให้สัญญาลมแล้งๆ ว่า “พวกเรามีหวังชนะแน่ๆ นาย ถ้าจ่ายหนัก”

 หมาจนตรอกก็ต้องทำ ไม่มีทางเลือก เพราะการปล่อยให้เด็กมาร์คตีกินคะแนนจากโครงการต่างๆ ยิ่งทำให้ตัวเองโดนชาวบ้านลืมง่ายหน่ายเร็ว

 ยิ่งเด็กมาร์คกุมอำนาจรัฐด้วยแล้ว ก็ได้เปรียบมาก ไปตีกินคะแนนในการประชุม จี 20 กระทบไหล่คนดัง รวมทั้งโอบามา เพียงแค่นี้ก็ยิ่งทำให้หมาบ้าคลุ้มคลั่งหนักกว่าเดิม ไฟแห่งความอิจฉาจะเผาจิตใจจนธาตุไฟแตก

 เจ้าของน้ำเลี้ยงน่าจะฉุกคิดได้ว่าพวกแกนนำหัวขวดกะโหลกหนานั้นไม่มีจุดขาย ไร้ความน่าเชื่อถือ คนที่สังคมยอมรับนับถือไม่เข้ามาร่วม นอกจากนักวิชาการหิวเงิน อุดมการณ์มืดบอด ฝังแค้นในความหลังเก่ากลุ่มหนึ่งเท่านั้น

 ถ้าไม่มีโฟนอิน หรือวิดีโอลิงก์ พวกหัวขวดจะมีอะไรหลอกชาวบ้านให้ยอมสวมเสื้อแดงออกมานั่ง ยืนให้แดดเผาช่วงใกล้เดือนเมษายน

 ถ้ายุทธการหมาบ้าคราวนี้ไม่ชนะ ไม่มีทางกลับมาแผ่นดินเกิดได้ เพราะไล่งับคนอื่นดะไปถ้วนหน้า ยิ่งอ้างว่ามีทีเด็ดสำหรับเปิดโปงหน้าทำเนียบด้วยแล้ว เท่ากับว่าปิดประตูกลับบ้าน มีหนังสือเดินทางสำหรับการลี้ภัยตลอดไป

 แต่ก็ใช่ว่าการโฟนอินจะมีผล ยิ่งพูดไป ความน่าเชื่อถือไม่เหลือ ถูกปฏิเสธ การอ้างอิงพวกทรยศหักหลังเพื่อน ทำให้คนไม่กล้าขายความลับอีก

 แต่รัฐบาลค่ายสะตอ เด็กมาร์คเชื่องช้าในการจัดการพวกหอกข้างแคร่ ข้าราชการเอาใจออกห่าง ในหน่วยงานต่างๆ เอาเอกสารลับไปให้ฝ่ายค้าน เท่ากับยื่นไม้ขีดไฟให้คนอื่นเผาบ้าน ถ้าไม่เร่งคิดบัญชีจะมีปัญหาระยะยาว

 ดูแล้วน่าห่วง ผลสุดท้ายจะเสียท่ากลุ่ม “พลังห้อย” นะดิ ! อิอิอิ !!!