
มองให้เป็น ก็เห็นสุข ...
ตื่นเช้ามาวันหนึ่งทีวีช่องทีเอ็นเอ็น ถ่ายทอดคำเทศน์สอนของพระไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ ได้ฟังแล้วรู้สึกว่าเป็นมงคลแก่ตนในเช้าวันนั้นเป็นยิ่งนัก
พระไพศาล วิสาโล เป็นพระรูปหนึ่งซึ่งผมเคารพนับถือมาก ท่านได้ให้ข้อคิดแก่คนทั่วไปในยามที่ยุค เศรษฐกิจและบ้านเมืองเป็นเช่นนี้ว่า อย่าได้เอาแต่บ่นว่า คร่ำครวญ หรือตีโพยตีพายไป เพราะนอกจากว่าจะไม่ทำให้อะไรดีขึ้นมาแล้ว ก็มีแต่จะยิ่งแย่ลง
ทางดีที่สุดก็คือการใช้สติปัญญารับมือกับปัญหาและสถานการณ์ที่เป็นจริง
พระไพศาลเปรียบว่าชีวิตประจำวันของคนเราก็เหมือนกับเดินอยู่ในที่โล่งแจ้ง เมื่อแดดกล้าก็ร้อน ฝนตกก็เปียก อย่าได้ไปหวั่นไหว ดินฟ้าอากาศและบ้านเมืองล้วนแต่ปรวนแปรไป ไม่มีอะไรแน่นอน หรือว่าจีรังยั่งยืน
ก็เหมือนกับชีวิตคนมีขึ้นมีลง มีสุข มีทุกข์ วันนี้หนุ่มสาว พรุ่งนี้แก่เฒ่า วันนี้อยู่พรุ่งนี้ตาย ล้วนแต่เป็น อนิจจังไม่มีอะไรยึดถือได้ ถ้าหากรู้จักปล่อยวางจะเป็นเรื่องที่ดี และอย่าให้สิ่งเหล่านี้ได้มาบั่นทอนทำร้ายเราเป็นซ้ำสองอีกเลย
เราควรยอมรับความจริงแต่อย่ายอมจำนน
พระไพศาลบอกว่า เมื่อเดินอยู่ในที่โล่งก็สมควรมีร่มไว้ป้องกัน นั่นก็คือ “ร่มแห่งธรรมะ” การมีธรรมะในใจทำให้มีศีล มีศรัทธา มีความดีงามในการก่อกุศล ไม่ทำชั่วผิดศีลและเอาเปรียบคน
ควรดำรงตนอยู่ด้วยความรักความอบอุ่น และควรที่จะอยู่ใกล้ชิดครอบครัวคนรักเอาไว้เป็นการดีที่สุด ดินฟ้าอากาศบ้านเมืองจะเป็นยังไงก็ตาม เราก็ทำตนให้เป็นสุขได้ และแม้ว่าเศรษฐกิจจะตกต่ำและบ้านเมืองจะวุ่นวาย
“เพียงแค่มองให้เป็น ก็เห็นสุข” พระไพศาลท่านว่า
นอกจากนี้แล้ว พระไพศาล วิสาโล ยังได้หยิบยกคำพูดของพระสารีบุตร ซึ่งเป็นเอกอัครสาวกองค์หนึ่งของพระพุทธเจ้ามาย้ำบอกด้วยว่า ให้คิดเสียว่าชีวิตนั้นก็เหมือนกับการทำงานอยู่ รอเวลาเลิกกลับบ้าน เป็นการ “ตายก็ได้ หายก็ดี” เมื่อคิดเสียอย่างนี้แล้ว ชีวิตจะได้ไม่เป็นทุกข์
ล่าสุดผมมาได้อ่านคำเทศน์สอนเช่นเดียวกันนี้ของพระไพศาลอีกครั้ง ในหน้าหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา จึงขอนำตอนหนึ่งมาลงไว้ มีว่าดังนี้ครับ
“อะไรเกิดขึ้นกับเราไม่สำคัญเท่ากับว่าเรามีท่าทีกับมันอย่างไร เหตุร้ายจะผ่อนเป็นเบาหรือกลายเป็นดีได้ หากเราพร้อมยอมรับกับความเป็นจริง ไม่ตีโพยตีพาย หรือยอมจำนนกับมัน ตั้งสติให้อยู่กับปัจจุบัน และทำปัจจุบันให้ดีที่สุด”...
ทั้งดิน ฟ้า อากาศและบ้านเมืองร้อนอย่างที่เป็นอยู่นี้ คิดว่าคำเทศน์สอนของพระไพศาล วิสาโล นี้คงเป็นประโยชน์กันบ้างไม่มากก็น้อยครับ



