คอลัมนิสต์

เรื่องที่ทักษิณ (แกล้ง) ไม่รู้

เรื่องที่ทักษิณ (แกล้ง) ไม่รู้

26 มี.ค. 2552

วันที่ 26 มีนาคมนี้ มีเหตุการณ์ใหญ่เกิดขึ้น 2 เหตุการณ์ ราวกับจงใจให้เกิดขึ้นพร้อมกัน เพื่อช่วงชิงพื้นที่ข่าว อันเป็นส่วนหนึ่งของสงครามชิงมวลชน เหตุการณ์แรกก็คือ รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เริ่มแจกเช็คช่วยชาติ 2,000 บาท

 ให้แก่ผู้ประกันตนที่มีเงินเดือนต่ำกว่า 1.5 หมื่นบาท ส่วนอีกเหตุการณ์หนึ่งก็คือ การที่กลุ่มเสื้อแดงจัดชุมนุมใหญ่ก่อนจะเคลื่อนพลไปล้อมทำเนียบรัฐบาล ภายใต้การปลุกระดมของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นักโทษชายผู้หนีโทษจำคุก 2 ปี

 น.ช.ทักษิณวิดีโอลิงก์ปลุกระดมมวลชนครั้งใหญ่ โดยพยายามไส่ไคล้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์เกี่ยวกับมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจว่าไร้ผลและดี แต่จะยิ่งฉุดประเทศให้ตกต่ำมากไปกว่านี้ โดยแสร้งทำเป็นไม่รู้ว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลนั้น แท้ที่จริงแล้วเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ร่วมของโลกที่ประเทศใหญ่น้อยต่างเร่งลงมือทำอย่างจริงจัง เพื่อนำพาประเทศชาติให้รอดพ้นจากวิกฤติให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ มาตรการสร้างงาน หรืออาจจะรวมไปถึงการขอกู้เงินจากต่างประเทศ

 ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ รัฐบาลญี่ปุ่น ยักษ์ใหญ่เศรษฐกิจอันดับต้นๆ ของโลก ได้ทุ่มเงินถึง 1.5 ล้านล้านเยน เพื่อปกป้องตำแหน่งงานในประเทศ และช่วยเหลือผู้ว่างงาน ครอบคลุมไปถึงการฝึกอาชีพสำหรับคนที่กำลังหางานทำอยู่ ให้เงินอุดหนุนแก่บริษัทเพื่อช่วยรักษาตำแหน่งงาน และจ่ายเงินช่วยเหลือให้แก่บรรดาแรงงานอพยพที่ถูกเลิกจ้าง หรือช่วยให้เดินทางกลับบ้านเกิด ซึ่งแทบไม่มีอะไรต่างไปจากโครงการ "ต้นกล้าอาชีพ" ที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์เริ่มหว่านเมล็ดพันธุ์แล้ว ขณะที่รัฐบาลเกาหลีใต้ก็มีแผนอัดฉีดงบประมาณพิเศษ 4.9 ล้านล้านวอน เพื่อสร้างงานใหม่ 5.5 แสนตำแหน่ง

 อีกเรื่องหนึ่งที่เชื่อว่า น.ช.ทักษิณแกล้งทำเป็นไม่รู้ก็คือ จริยธรรมของผู้นำการเมือง โดยเฉพาะในช่วงที่ประชาชนทั้งประเทศจะต้องร่วมมือร่วมใจกันกอบกู้ประเทศชาติให้พ้นวิกฤติ อดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช แห่งสหรัฐ ได้แสดงความเป็นสุภาพบุรุษนักการเมืองโลกผู้น่ายกย่อง เมื่อประกาศว่าจะไม่วิพากษ์วิจารณ์ประธานาธิบดีบารัก โอบามา เนื่องจากนายโอบามาควรค่ากับการที่ตัวเองจะสงบปากสงบคำ เช่นเดียวกับนายอับดุลเลาะห์ บาดาวี นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ที่กำลังจะถอดหัวโขนทิ้งในปลายเดือนมีนาคมนี้ ก็ลั่นสัจวาจาว่า จะไม่คอยขัดแข้งขัดขาและไม่สร้างความลำบากใจให้รัฐบาลใหม่

 การแสร้งทำเป็นไม่รู้ในความจริง 2 ประการนี้ จะยิ่งทำให้ น.ช.ทักษิณเข้าสู่จุดอับมากขึ้น ในเมื่อนับวันประชาคมโลกมีแต่ยิ่งตาสว่างมากขึ้นว่า ระหว่างการลงมือทำกับการคอยพูดจับผิด อะไรจะช่วยฟื้นฟูประเทศได้ดีกว่ากัน