คอลัมนิสต์

เพื่อแผ่นดิน เพื่อเป็นรัฐบาล

เพื่อแผ่นดิน เพื่อเป็นรัฐบาล

26 มี.ค. 2552

ถึงแม้เกิดต่างยุค ต่างสมัย แต่พรรคเพื่อแผ่นดิน พรรคการเมืองเกิดใหม่ที่แตกตัวมาจากพรรคไทยรักไทย ก็มีเส้นทาง เป้าหมายในการทำงานการเมือง

ไม่ผิดแผกไปจากพรรคชาติไทยยุคของนายบรรหาร ศิลปอาชา นั่นคือความพยายามที่จะรักษาสถานะความเป็นพรรครัฐบาล ความเป็นรัฐบาล ซึ่งจะเป็นช่องทางในการจัดสรรอำนาจและผลประโยชน์ภายในพรรค เช่นที่เคยปรากฏในกรณีการแย่งชิงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ระหว่าง ส.ส. และนายทุนของพรรค อาจกล่าวได้ว่า พรรคเพื่อแผ่นดิน เป็นตัวแทนของพรรคการเมืองใหม่ที่มิได้เกิดขึ้น และดำรงอยู่เพื่อเป้าหมายในเชิงอุดมการณ์แต่อย่างใด หากแต่คำนึงถึงการรวมตัวกันเป็นเงื่อนไขต่อรองทางการเมืองเพื่อผลประโยชน์เฉพาะหน้าเท่านั้น

        นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย เคยอธิบายว่า เป็นพรรคฝ่ายค้านอดอยากปากแห้ง นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวว่า หากพรรคยกมือให้ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ครั้งเมื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อแผ่นดิน คงเป็นฝ่ายค้านไปแล้ว ดูเหมือนว่าความเป็นฝ่ายค้านจะเป็นของแสลงของพรรคการเมืองกลุ่มนี้ ซึ่งหากมองในเชิงเปรียบเทียบกับพรรคการเมืองที่มีการพัฒนาการมายาวนาน อย่างพรรคประชาธิปัตย์แล้ว สถานะความเป็นพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล หรือพรรคการเมืองฝ่ายค้านดูจะไม่แตกต่างกันมากนัก นี่เป็นปัญหาที่น่าสนใจศึกษาว่า นักการเมืองไทยมีความรู้ ความเข้าใจเรื่องของพรรคการเมืองในเชิงสถาบันหรือไม่ นอกจากความเข้าใจในเรื่องการรวมตัวกันเป็นกลุ่มผลประโยชน์ทางการเมือง
   
        พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก กลายเป็นอดีตหัวหน้าพรรคไปในทันที โดยมติที่ประชุมใหญ่สามัญพรรคเพื่อแผ่นดิน เมื่อวันอังคาร (24) ด้วยเหตุผลว่า การประชุมเลือก พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก เป็นหัวหน้าพรรคเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2551 เป็นโมฆะ เพราะไม่ครบองค์ประชุม และได้มีการนัดประชุมเพื่อเลือกหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรคเพื่อแผ่นดินใหม่ในวันที่ 20 เมษายน แน่นอนว่า เหตุผลคือความปราชัยของพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ที่ยอมเป็นตัวแทนของพรรคเพื่อไทยในการเสนอตัวเข้าชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และชัยชนะของ ส.ส. อีกปีกหนึ่งของพรรคเพื่อแผ่นดิน ที่โหวตรับรองนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้เป็นนายกรัฐมนตรี จนกระทั่งพรรคเพื่อแผ่นดินหนีภาวะการเป็นพรรคการเมืองฝ่ายค้านไปได้

               สภาพการเมืองไทยจะเป็นอย่างไร หากพรรคการเมืองทุกพรรค นักการเมืองทุกคน มุ่งแต่ความเป็นพรรครัฐบาล ปรารถนาเพียงอำนาจ หาได้มีความพร้อมที่จะทำหน้าที่เป็นพรรคการเมืองฝ่ายค้าน ตรวจสอบการทำงานของผู้มีอำนาจไม่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โฟนอินรายวัน ฟาดฟันศัตรูของเขาอย่างไม่เลือกหน้า ก็เพราะต้องการกลับคืนสู่อำนาจ คล้ายอำนาจนั้นเป็นสมบัติส่วนตัวที่ต้องหวงแหนไว้ พรรคเพื่อไทยไม่ประสบความสำเร็จในการทำหน้าที่พรรคการเมืองฝ่ายค้าน ก็เพราะการก่อเกิดและพัฒนาการของพรรคที่สืบเนื่องมาจากพรรคไทยรักไทย พลังประชาชน จนกระทั่งเป็นพรรคเพื่อไทยในวันนี้ บทเรียนของพรรคเพื่อแผ่นดิน คือบทเรียนและปรากฏการณ์ร่วมของพรรคการเมืองไทย ที่ต้องใช้เวลาในการพัฒนาอีกยาวนาน