
สมดุลแห่งเงินภาษี
ปี 2552 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ต้องสั่นสะเทือนจากคดีทุจริตจัดซื้อรถจักรยานยนต์สายตรวจไทเกอร์ 19,147 คัน มูลค่า 1,144 ล้านบาท
พล.ต.ต.พงษ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ รอง ผบช.ก. และ พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รักษาการ ผบก.ป.เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนทำคดีนี้อย่างรัดกุม และสุ่มเสี่ยงต่อข้อครหาเล่นพวกเดียวกัน
มีนายตำรวจยศ พ.ต.อ.ไปจนถึง พล.ต.ท.จำนวนหนึ่งที่นั่งอยู่ใน สตช. ถูกพาดพิงว่าเข้าไปมีส่วนได้ส่วนเสียจากการจัดซื้อครั้งนี้
คดีนี้พนักงานสอบสวนสรุปสำนวนให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พิจารณาแล้ว เพราะมีข้าราชการเข้าไปมีส่วนร่วมกับการกระทำผิด
ป.ป.ช.อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง มีการส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปตรวจดูทุกแง่มุมทุกประเด็นกล่าวหา
กลางปี 2553 "วิชา มหาคุณ" กรรมการ ป.ป.ช.ในฐานะอนุกรรมการไต่สวนคดียอมรับว่า มีศูนย์ซ่อมบำรุงไม่ครบตามที่กำหนดเอาไว้ในสัญญา
การพิจารณาความผิดกำลังเดินหน้าไป แต่มีข้อข้องใจอยู่ตรงที่การดำเนินการกับนายตำรวจใหญ่ที่ถูกพาดพิงยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน
ครั้งนั้นว่ากันว่าถ้าเปิดเผยรายชื่อออกมาเป็นสะเทือนวงการสีกากี และจะมีคดีทุจริตลักษณะนี้ปรากฏออกมาอีกจำนวนมาก เอาเข้าจริงก็มีอันต้องสะดุดพับเรื่องเก็บใส่ลิ้นชักไป
มาวันนี้ "ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร" กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2554 พรรคเพื่อไทย ออกมาร้องเรียนให้ กมธ.ตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ตรวจสอบเรื่องการสร้างสถานีตำรวจทดแทน 396 สถานี วงเงินก่อหนี้ผูกพัน 6,298 ล้านบาท
ประเด็นคือการจัดซื้อจัดจ้างแบบรวมไว้ส่วนกลางเป็นสัญญาเดียว ซึ่งวันที่ 29 กรกฎาคมนี้ก็จะตัดสินผู้ชนะการประกวดราคาแล้ว
เรื่องนี้กำลังถูกตรวจสอบและ สตช.ก็ส่งตัวแทนเข้าชี้แจงถึงเหตุผล จึงไม่อยากให้มองกรณีนี้ว่าเป็นเรื่องการเมืองหรือดิสเครดิตรัฐบาล
เงินงบประมาณมาจากภาษีของประเทศ 6,298 ล้านบาท ควรจะถูกใช้จ่ายอย่างคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ ถ้ามีส่วนไหนที่ขาดตกบกพร่องหรือหลุดรอดไปเข้าพกเข้าห่อใครก็ควรต้องหาทางอุดรอยรั่วนั้นเสีย อย่าให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย
แต่ถ้าบริสุทธิ์ใจและโปร่งใสก็ถือเสียว่า เพื่อความสบายใจของทุกฝ่ายก็แล้วกัน ?!!
มัธยัสถ์ อินมา
[email protected]



