
พม่ากับสิงคโปร์
ในบรรดาประเทศสมาชิกอาเซียน พม่านอกจากจะมีความสัมพันธ์พิเศษกับกัมพูชา ลาว และเวียดนาม ซึ่งเรียกว่า CLMV ตามอักษรภาษาอังกฤษตัวแรกของชื่อประเทศดังกล่าว ทั้งในฐานะสมาชิกใหม่ขององค์การแห่งนี้
และระบบเศรษฐกิจและระบอบการปกครองประเทศที่แตกต่างไปจากกลุ่มประเทศสมาชิกดั้งเดิม 5 ประเทศ รวมทั้งบรูไนแล้ว พม่าก็ยังมีความสัมพันธ์เชิงลึกกับสิงคโปร์ในเรื่องของธุรกิจและการเงินอีกด้วย
มาตรการหนึ่งของสหรัฐและประเทศตะวันตกต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนในพม่าก็คือ การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ เพื่อกดดันให้รัฐบาลทหารพม่าตกอยู่ในฐานะลำบากและจำต้องหันไปประนีประนอมกับฝ่ายค้าน เป็นที่ทราบกันดีว่าผู้นำในรัฐบาลของพม่าแทบทุกคนล้วนมีอภิสิทธิ์และมีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับธุรกิจการค้าแบบผูกขาดต่างๆ อันนำมาซึ่งความร่ำรวยและมีส่วนสำคัญต่อการสร้างฐานอำนาจทางการเมืองที่แข็งแกร่ง
ดังนั้นสหรัฐและตะวันตกจึงใช้วิธี "ทุบหม้อข้าว" เพื่อสกัดแหล่งที่มาของทุนรอนเหล่านี้ จนถึงขั้นที่ อดีตประธานาธิบดีจอร์จ บุช ออกคำสั่งห้ามบริษัทอเมริกันทำธุรกรรมทางการค้าและการเงินกับพม่า ขณะเดียวกันก็หาทางบีบบังคับสิงคโปร์ในเรื่องนี้ด้วย
สิงคโปร์ถูกจับตามองว่าเป็นสถานที่ฟอกเงินของรัฐบาลและผู้นำพม่า เนื่องจากบริษัทในสิงคโปร์หลายบริษัทดำเนินธุรกิจด้านตัวแทนการค้ากับพม่า และบริษัทพม่าที่มีรูปเงาของรัฐบาลทหารอยู่เบื้องหลังก็มีการติดต่อใกล้ชิดกับสถาบันการเงินของสิงคโปร์ ถึงแม้รัฐบาลสิงคโปร์จะออกมาปฏิเสธข่าวและยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ แต่ก็ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับการค้าและการเงินของพม่าที่สิงคโปร์ได้ โดยอ้างมาตรการในการรักษาความลับทางการค้าของลูกค้า
อย่างไรก็ตาม เมื่อปลายปีที่แล้ว สมาชิกรัฐสภายุโรปซึ่งเดินทางเยือนสิงคโปร์ก็ได้เรียกร้องให้รัฐบาลสิงคโปร์ผ่อนคลายมาตรการดังกล่าวลง เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของการเป็นศูนย์กลางการเงินและการธนาคารในภูมิภาคนี้ของสิงคโปร์เอง และเพื่อป้องกันมิให้สิงคโปร์กลายเป็นดินแดนของการฟอกเงินหรือซุกซ่อนเงิน หรือผู้หลีกเลี่ยงภาษีจากยุโรป นอกจากนี้สมาชิกรัฐสภายุโรปยังเสนอให้สิงคโปร์อายัดทรัพย์สินของผู้นำพม่าในธนาคารสิงคโปร์เนื่องจากการดำเนินการปราบปรามประชาชนอย่างโหดร้าย ซึ่งรัฐบาลสิงคโปร์ได้บ่ายเบี่ยงว่าเป็นเรื่องประเด็นทางกฎหมายระหว่างประเทศ และสิงคโปร์ในฐานะสมาชิกอาเซียนต้องการใช้วิธีที่ละมุนละม่อมกับพม่า ซึ่งเปรียบเสมือนสมาชิกในครอบครัวเดียวกัน มากกว่าการคว่ำบาตรหรือมาตรการรุนแรงตามที่ประชาคมยุโรปต้องการ
ในการเดินทางเยือนสิงคโปร์อย่างเป็นทางการของ นายกรัฐมนตรีเทียน เฮ่ง ของพม่า เมื่อวันที่ 18 มีนาคม ที่ผ่านมา นอกจากจะหารือเรื่องความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างพม่ากับสิงคโปร์ การเลือกตั้งทั่วไปในพม่าซึ่งจะมีขึ้นในปีหน้า และปัญหาเรื่องชาวโรฮิงญาแล้ว ในสุนทรพจน์ของ นายกรัฐมนตรีลี เซียน หลง แห่งสิงคโปร์ ระหว่างงานเลี้ยงรับรองเพื่อเป็นเกียรติแก่ ผู้นำพม่า นายลี เซียน หลง ยังได้เรียกร้องให้รัฐบาลพม่าแสดงบทบาทที่ชัดเจนและจริงจังในเรื่องการปรองดองชาติ และการปฏิสัมพันธ์กับประชาคมโลก
คำกล่าวของนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์อาจเป็นผลมาจากแรงกดดันจากฝ่ายต่างๆ รวมทั้งคำแถลงของพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของ นางออง ซาน ซู จี ที่กล่าวหาว่ารัฐบาลพม่าได้จับกุมสมาชิกพรรคเอ็นแอลดีจำนวน 5 คน โดยไม่ทราบสาเหตุ แต่คาดว่าเป็นการเล่นงานฝ่ายตรงข้ามก่อนการเลือกตั้งทั่วไปในปีหน้า โดยคำแถลงของพรรคเอ็นแอลดีมีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้างานเลี้ยงรับรองดังกล่าว
และในระหว่างพิธีตั้งชื่อกล้วยไม้ตามชื่อ นายกรัฐมนตรีเทียน เฮ่ง เพื่อให้เกียรติแก่แขกเมืองตามประเพณีของสิงคโปร์ ได้มีชาวสิงคโปร์บางกลุ่มออกมาคัดค้าน โดยเห็นว่ากล้วยไม้นั้นควรจะตั้งชื่อตามชื่อของนางออง ซาน ซู จี มากกว่า และมีผู้มอบช่อดอกไม้ให้นายกรัฐมนตรีพม่า เพื่อให้นำไปมอบแก่นางออง ซาน ซู จี ด้วย
ท่าทีที่เปลี่ยนไปของสิงคโปร์ต่อพม่าเป็นเรื่องที่น่าติดตามกันต่อไปครับ



