คอลัมนิสต์

ต้นร้ายปลายเลว

ต้นร้ายปลายเลว

26 มี.ค. 2552

ยาเสพติดกลับมาระบาดใหม่อีกรอบ มีการนำยาแก้ไอที่มีสูตรทางเคมี คล้ายกับยาบ้าเข้ามาแทนสารตั้งต้นที่หาได้ยากขึ้น เพราะทางการไทยเข้มงวดหนัก

ตอนนี้มีเลยมียาบ้าสูตรใหม่ออกมาสู่ตลาดยาเสพติดมากขึ้น

 ก่อนหน้านี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เคยยึดยาบ้าสูตรนี้มาแล้วเป็นแสนๆ เม็ด เลยทำให้ล่วงรู้แผนของผู้ผลิตยาเสพติด ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยในพม่า

 ด้านตำรวจเองก็สืบสวนหาข่าวกันอย่างเอาจริงเอาจัง มีผลการจับกุมออกมาเป็นระยะๆ

 แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงอย่างหนึ่งก็คือ ทุกวันนี้พ่อค้ายาไม่ยอมให้จับเป็นกันแล้ว สู้ได้สู้ ยิงได้ยิง เปิดทางหนีเอาตัวรอด ไม่สนว่าจะมีของกลางอยู่กี่เม็ด

 ไม่กี่เม็ดก็ยิง

 ไม่กี่สิบเม็ดก็ยิง

 ไม่เหมือนเมื่อก่อนจะยิงจะสู้ที มักจะเป็นพ่อค้ายารายใหญ่ๆ มีประวัติโชกโชน ดังนั้นตำรวจผู้ปฏิบัติ ต้องระวังตัวเอาไว้ให้มาก

 เมื่อต้นเดือนมีนาคม คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติซื้อเสื้อเกราะให้ตำรวจเกือบ 500 ตัว ได้มั้ง ให้ตำรวจสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่จำเป็นต้องมีต้องใช้ เพราะปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยง

 ถ้าเป็นไปได้อยากให้ ครม.เล็งเห็นความสำคัญของงานปราบปรามยาเสพติดด้วย เพราะด้วยเนื้องานแล้วเสี่ยงพอกัน

 ตำรวจชายแดนใต้เสี่ยง ที่ไม่รู้ว่าจะถูกโจมตีเมื่อไหร่ ตำรวจปราบปรามยาเสพติดเสี่ยงทั้งที่รู้ตัว ถ้าทั้งสองกลุ่มนี้มีสิ่งป้องกันตัว อย่างน้อยช่วยลดความสุ่มเสี่ยงเกือบครึ่ง

 เมื่องานปราบปรามดีแล้ว งานป้องกันที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ก็ต้องดีด้วย ต้องมีมาตรการป้องกัน สกัดกั้นไม่ให้ยาเสพติดจากชายแดนภาคเหนือเข้ามาถึงใจกลางเมืองหลวงได้

 ผมไม่อยากจะพูดว่าถ้าไม่มีคนในรู้เห็นเป็นใจด้วย คงไม่สามารถเข้ามาได้ลึกขนาดนี้ แต่ข้อเท็จจริงมันชวนให้เชื่อเช่นนั้น

 นอกจากจะตรวจสอบสังคมรอบข้างแล้ว ตำรวจต้องตรวจสอบพวกเดียวกันเองด้วย ไม่ต้องอะไรมาก แค่ท้องที่ของตัวเองก็พอ ลองสอดส่องดูสิว่าใครมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยานรกบ้าง มันรู้ได้ไม่ยากหรอก รู้แล้วกำจัดเสีย

 เมื่อสังคมภายนอกดี สังคมภายในองค์กรตำรวจดี ทุกอย่างมันก็ดี แต่ถ้าสังคมข้างนอกดีแล้ว แต่องค์กรตำรวจผู้บังคับใช้กฎหมาย ยังมีเหลือบไร คอยสูบเลือดอยู่ มันจะดีได้อย่างไร

 ในเมื่อต้นมันร้าย แล้วจะให้ปลายดีคงไม่ได้ใช่มั้ยครับ

 

มัธยัสถ์ อินมา

[email protected]