
ปราบยาเสพติด...ต้องปราบตำรวจก่อน
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศนโยบายปราบปรามยาเสพติด เป็นวาระใหญ่ของรัฐบาล แต่ต้องให้อยู่ในกรอบของกฎหมายบ้านเมือง
เน้นย้ำไม่ให้ซ้ำรอยฆ่าตัดตอนนับพันศพ อย่างครั้งรัฐบาลของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร
การปราบปรามยาเสพติดถือเป็นนโยบายเร่งด่วนที่ทำให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ลงมือจี้ไปทั้งกระทรวงมหาดไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
รวมไปถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ สังกัดกระทรวงยุติธรรมด้วย
หน่วยงานข้างต้นจึงเร่งรีบออกแผนการปฏิบัติพร้อมลงมือกวาดล้างกันยกใหญ่
ขณะเดียวกันก็มีเสียงจากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ถาวร เสนเนียม คอยกระตุกเจ้าหน้าที่ว่าคดีฆ่าตัดตอนกว่า 2,500 ศพ ยังตรวจสอบกันอยู่ อย่าหน้ามืดตามัวสนองนโยบายจนประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีก
นี่ก็มีกระแสเล่าลืออยู่ในเหยี่ยวข่าวสายอาชญากรรมหลายสำนักว่า หากจะปราบแก๊งยาเสพติดให้ได้ผล ต้องปราบตำรวจที่ติดยาเสียก่อน
ว่ากันว่าตำรวจที่ทำหน้าที่ปราบปรามยาเสพติด มีอาการติดยาอยู่หลายท่าน ตำรวจที่ชอบเที่ยวแหล่งบันเทิงเริงรมย์ทั้งย่านถนนรัชดาฯ มักกะสัน สุขุมวิท สุริวงศ์ ท่าพระ มักติดยาเกือบทุกคน
ลองไปสุ่มตรวจดูได้
โดยเฉพาะในห้องวีไอพี ผับ คาราโอเกะ และสถานอาบอบนวดชื่อดัง ที่พากันไปเที่ยวกับเสี่ยกระเป๋าหนัก
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เคยมีนโยบายตรวจปัสสาวะเจ้าหน้าที่บางระดับเพื่อหาสารเสพติดมาก่อนหน้านี้ น่าจะปัดฝุ่นนโยบายนี้มาใช้อีกสักรอบ เพื่อกวาดบ้านตัวเองให้สะอาดเสียก่อนไปกวาดข้างนอกหรือทำไปพร้อมๆ กัน
เพราะที่ผ่านมามีข่าวตำรวจไปกวาดนอกบ้านเอามาไว้ในบ้านหนาหู
มีผู้แนะนำว่า น่าจะตรวจกันตั้งแต่ระดับรองผู้บังคับการลงมาเพราะมีเสียงซุบซิบว่ามีติดยากันหลายคน
ไหนๆ ก็ใกล้ถึงช่วงตรวจสุขภาพประจำปีของข้าราชการตำรวจแล้ว น่าจะถือโอกาสตรวจสารเสพติดไปพร้อมๆ กันเลย
อ้อ !! ไม่รู้ยังมีผู้บังคับการ รองผู้การ บางท่านยังไปทำหน้าที่คอยดูแลหนุ่มน้อยกระเป๋าหนัก มิให้ใครไปรบกวนหรือทำให้ตกใจ เวลาเพลิดเพลินสูดดมผงทิพย์ในที่อโคจรอยู่หรือเปล่า
ระวังให้ดีล่ะ ข่าวว่า ป.ป.ท.กำลังจ้องอยู่ เดี๋ยวได้หน้ามืดกันทั้งบาง !!
คมพิทักษ์ราษฎร์



