
ไทยกับสิทธิมนุษยชนเกาหลีเหนือ
ต้องมีคนถามทันทีว่า สองเรื่องนี้มันเกี่ยวกันเตรงไหนและอย่างไร สองเหตุผลชัดเจนคือ หนึ่ง ไทยเป็นประเทศที่มีผู้อพยพเกาหลีเหนือแอบเข้ามากที่สุดในโลก รองจากจีนและมองโกเลีย เหตุผลที่สองคือ เรามี ศ.วิทิต มันตาภรณ์ แห่งคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ
เป็นผู้แทนพิเศษคนแรกประจำเกาหลีเหนือ เพื่อพิสูจน์ความจริงข้อกล่าวหาเกาหลีเหนือละเมิดสิทธิมนุษยชน ทารุณกรรมเหยื่อมาเป็นเวลา 5 ปีแล้ว ประเด็นมีอยู่ว่า ทำไมไม่มีนักการเมืองไทยคนไหนหรือหน้าไหนที่หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา ทั้งๆ ที่มันเกี่ยวข้องกับไทยมากกว่าที่คิดกัน (คนทั่วไปให้ความสนใจเรื่องโรฮิงญามากกว่า)
ตั้งแต่ปี 2004 เป็นต้นมา โดยเฉลี่ยจะมีผู้อพยพเกาหลีเหนือประมาณวันละ 4 คนเข้ามาถึงชายแดนไทยทางเมืองเชียงของที่มีชายแดนติดต่อกับไทย-ลาว พอมาถึงดินแดนไทย คนเหล่านี้จะเข้ามารายงานตัวที่กองตรวจคนเข้าเมือง หลังจากตรวจสอบแล้ว จะถูกกักขังชั่วคราวพอเป็นพิธี ก่อนที่จะส่งเข้ากรุงเทพฯ ขั้นตอนต่อไปคือจะถูกส่งไปที่เกาหลีใต้เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ ไทยได้ให้ความร่วมมือกับเกาหลีใต้และองค์การข้าหลวงผู้ลี้ภัยขององค์การสหประชาชาติ มาตลอดเป็นอย่างดี แต่ไม่ค่อยเป็นข่าว มาเป็นข่าวก็ตอนมีตำรวจไปจับคนเกาหลีเหล่านี้สวดหนวกหูชาวบ้าน พวกเขาบางคนนับถือศาสนาคริสต์
ที่ผ่านมาไทยกลับถูกต่อว่าอย่างสาหัสสากรรจ์ในกรณีโรฮิงญาและกรณีชาวม้ง เอาเข้าจริงต้องโทษตัวเราเอง ไม่รู้จักวิธีการบริหารจัดการข้อมูลและภาพลักษณ์ทั่วไปและสิ่งที่ไทยได้ปฏิบัติไว้ในกรอบสากล ยกตัวอย่างวันก่อนได้ไปดูศูนย์อพยพชาวม้งที่ศูนย์ห้วยน้ำขาว จ.เพชรบูรณ์ มีเจ้าหน้าที่ทหารเกือบ 200 ประจำการ ดูแล้วน่ากลัว ทั้งๆ ที่ไม่มีอะไร รัฐบาลไทยพยายามช่วยคนม้งเหล่านี้ให้กลับบ้านช่อง แต่เวลาภาพลักษณ์ออกไป เป็นทางลบหมด ไปในทางที่บังคับกลับ ไม่รู้เหมือนกันว่าแม่ทัพภาคที่ 3 จะว่าอย่างไร รัฐบาลไทยมักจะน้อยใจว่าบางทีทำดีแล้วไม่ได้ดี มีแต่คนด่า
เรื่องผู้อพยพเกาหลีเหนือ คนไทยต้องใส่ใจเป็นพิเศษ มันเกี่ยวโยงกับความมั่นคงในภูมิภาค ยิ่งมีผู้อพยพเกาหลีเหนือเข้ามาเมืองไทยมากเท่าไร มันอาจจะหมายความว่า ในอนาคต สังคมเกาหลีเหนืออาจจะพังทลาย คล้ายกับการล้มสลายของเยอรมนีเมื่อปี 1990 ก็ว่าได้ ตอนนั้นมีคนหนีออกมาเยอะ จนรัฐบาลเยอรมันตะวันออกต้านทานอะไรไม่ได้
ไม่มีใครอยากเห็นเกาหลีเหนือล้มพังทลาย มันจะสร้างปัญหาสารพัดตามมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลี ที่น่าแปลกคือไม่มีนักการเมืองไทยคนไหนสนใจเรื่องนี้เลย ทั้งๆ ที่ไทยเรามีผู้เชี่ยวชาญมือหนึ่งของโลกเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนเกาหลีเหนือ (มี อาจารย์ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ที่สนใจเรื่องการเมืองพม่าอย่างจริงจัง) มากไปกว่านั้น ไม่มีใครสนใจเรื่องการลักพาตัวของ คุณอโนชา ปั้นจ้อย ซึ่งเกิดเมื่อปี 1986 ที่มาเก๊าโดยหน่วยสืบราชการลับเกาหลีเหนือ ทั้งๆ ที่เธอเป็นคนบ้านเดียวกับ อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ผู้แทนสภาคนปัจจุบันของ อ.สันกำแพง ชื่อ ชินณิชา วงศ์สวัสดิ์ เป็นลูกสาว อดีตนายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ไม่รู้เหมือนว่าทำอะไรอยู่ ถ้าเป็นนักการเมืองในประเทศเจริญแล้ว ส.ส.ต้องออกตัวปกป้องหรือเสาะหาความจริงต่อไป



