คอลัมนิสต์

หายเชื่องแล้ว

หายเชื่องแล้ว

24 มี.ค. 2552

บอกแล้วไม่ฟัง ว่าหมาเชื่องจนตรอกนั้นไว้ใจไม่ได้เด็ดขาด ยิ่งหน้าร้อนด้วยแล้ว ความเชื่องไม่จีรังยั่งยืน เห็นหูหลุบ หางตก ทำเป็นเซื่อง หงิมๆ จนชาวบ้านเชื่อว่าสิ้นฤทธิ์ ถูกใส่ร้าย ที่แท้กำลังสะสมความบ้าให้ถึงขีดสติแตกต่างหาก

วันก่อนโฟนอินจากไหนก็ไม่รู้ อาการเชื่องไม่เหลือ ไล่ฟัดองคมนตรี ตุลาการ เขี้ยวจมน่อง เหวะหวะ น่าหวาดเสียวสุดๆ ถ้าไม่มีภูมิต้านทานความบ้า คงต้องฉีดยาเข้าสะดือหลายเข็ม เพราะพิษบ้าคราวนี้เหลือกำลัง

 ขนาดพวกที่เปลี่ยนใจจากพันธมิตรไปหาถึงเมืองจีน เสธ.นักบู๊ นักล่าสังหารได้อะไรมานิดหน่อยสำหรับยามชรา ยังโดนอ้างอย่างนั้นอย่างนี้

 โดนปูดแบบนี้ ไส้กี่ขดไม่เหลือ ทะลุเข้าไปถึงกึ๋น ได้เท่าไรก็ไม่คุ้ม!

 เห็นหรือยังว่าไปรับอะไรมา โดนลำเลิก โดนใช้งานเป็นหลักฐานอ้างอิง ต้องเดือดร้อน รีบออกมาปฏิเสธ จะมีใครเชื่อหรือไม่ เพราะความน่าเชื่อถือไม่เหลืออีกแล้ว หลังจากเป็นคนพลิกขั้ว ถึงขั้นตีจาก หักหลังเพื่อนฝูง

 การที่ น.ช. นายเชื่อง ใช้ยุทธการหมาบ้าฟัดไม่เลือกหน้า คงคิดแล้วว่าไหนๆ ก็กลับมาบ้านไม่ได้ ก็พ่นพิษใส่ไฟ ให้เมืองไทยล่มจมพร้อมกับตัวเอง

 แผนตากสิน ทุกหม้อข้าว ตีเมือง ไปตายเอาดาบหน้า หรือชนะศึกนั้น คงเป็นเพียงแผน เพราะตัวเองอยู่ห่างจากสนามรบ ส่งให้ลูกน้องออกแนวหน้า

 ผลสุดท้ายจะมีใครเหลือสักกี่คน เพราะรบกับองคมนตรี ตุลาการ ทหาร โฟนอินคราวต่อไป คงไล่รายชื่อเพิ่ม กว่าจะครบคนวางแผน ตัวเลขน่าจะถึงห้าสิบกว่าล้านคน ที่เหลือเป็นสมาชิกพรรคเพื่อ ท. และพวกมวลชนเสื้อแดง

 เปิดฉากรบกับสถาบันเบื้องสูง โดยใช้องคมนตรีและตุลาการเป็นตัวเชื่อมโยงนั้นน่าขนหัวลุก เปิดไต๋ให้ชาวบ้านรู้ว่า เป้าหมายแท้จริงนั้นเป็นใคร

 ข้ออ้างว่ายังจงรักภักดี เป็นหมาเชื่องนั้น ที่แท้เป็นเพียงแค่ผายลม!

 เล่นแรงแบบนี้ นอกจากจะทำให้คนยังดีตีจาก ไม่ร่วมขบวนการล้มเจ้าแล้ว พวกหัวขวด หัวเขียง หัวล้าน หัวหงอก จะกลายเป็นพวกหัวขาด

 คราวต่อไปน่าจะลามเข้าสู่กองทัพ เริ่มต้นที่อดีตผู้นำ คมช. ทายาท และเครือข่าย ไล่เป็นระนาด สร้างความแตกแยกในบ้านเมือง จนน่าจะเป็นเหตุผลให้กระทรวงการต่างประเทศออกคำสั่งยกเลิกหนังสือเดินทางได้แล้ว

 หรือยังคิดว่าปล่อยให้พล่ามโวโม้บ้าอยู่ต่างประเทศยังดีกว่าให้เป็นตัวจุดชนวนป่วนเมื่อโดนจับตัวยัดคุก สร้างเงื่อนไขให้เสื้อแดงชุมนุมใหญ่

 ปล่อยให้โฟนอิน กระจายรายได้ให้ชาวบ้าน ไม่ต้องเปลืองงบประมาณรัฐบาล ทั้งยังเป็นช่องทางเพิ่มความร่ำรวยให้พวกแกนนำหัวขวด มีข่าวว่าโกยเงินหักค่าหัวคิวเอาเปรียบคนมาชุมนุม จนเป็นเศรษฐีร้อยล้าน อยู่สุขสบาย

 ต้นทุนสำหรับโฟนอินจึงแพง จัดชุมนุมแต่ละครั้งมีรายจ่ายเยอะ แต่ถ้าคิดว่ายังถูกกว่าจ้างทหารให้รัฐประหาร การใช้โทรศัพท์จึงราคาถูกเมื่อเทียบกับวิธีอื่นๆ เพราะต้องจ้างให้คนมาฟังครั้งละหลายร้อยหลายพันนิ! อิอิอิ!!!