คอลัมนิสต์

หนุ่มฉกทอง2บาทหนีไม่รอดถูกรวบทันควัน

หนุ่มฉกทอง2บาทหนีไม่รอดถูกรวบทันควัน

03 ก.ค. 2553

หนุ่มวัยรุ่นทำทีขอซื้อทองจากร้านทอง พนักงานขายเผลอฉกทองวิ่งหนี ตำรวจสายตรวจจยย.รวบทันควัน สารภาพให้เงินสาวที่รู้จักทางเน็ทไป 3 หมื่น จึงหาเงินคืน

(3ก.ค.) เวลา 16.00 น. พ.ต.ท.ชินภัทร ประทุมดี สารวัตรเวร สภ.เมือง จ.ขอนแก่น รับแจ้งเหตุวัยรุ่นวิ่งราวทองคำ หนัก 2 บาท จากร้านทอง พูนทรัพย์ ซึ่งตั้งอยู่ภายในสถานีขนส่งขอนแก่น หลบหนีไป ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจจักรยานติดตามจับกุมตัวได้ในภายหลัง ที่เกิดเหตุเป็นตึกแถวอาคารพาณิชย์ ชื่อร้านทองพูนทรัพย์ ตั้งอยู่เลขที่ 86/30 ถ.ประชาสโมสร ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น พบเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนาย กำลังคุมตัวนายวัฒนะ ทุมทา อายุ 21 ปี อยู่เลขที่ 24 หมู่ที่ 4 ต.บ้านโต้น อ.พระยืน จ.ขอนแก่น ผู้ต้องหาวิ่งราวสร้อยคอทองคำ หนัก 2 บาท อยู่ภายในร้านทองดังกล่าว

นางศศิธร อารยทรัพย์ อายุ 59 ปี เจ้าของร้านทอง เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุ เวลาประมาณ 15.45 น.ขณะที่ตนและพนักงานขายอีก 2 คน กำลังยืนเฝ้าร้านอยู่นั้น นายวัฒนะ ผู้ต้องหาเดินเข้ามาภายในร้าน ทำทีเลือกดูสร้อยคอทองคำ ก่อนชี้ไปที่สร้อยคอทองคำเส้นหนึ่ง หนัก 2 บาท ทางพนักงานในร้านจึงหยิบออกมาให้ดู นายวัฒนะ ก็หยิบมาทาบกับคอ เพื่อส่องกระจกดู แต่แล้วจู่ๆ นายวัฒนะ ก็วิ่งหนีออกไป ตนจึงโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที

พ.ต.อ.สุจินต์ นิจพานิช ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น เปิดเผยว่า ทันทีที่นางศศิธร โทรศัพท์แจ้งเข้ามานั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่สายตรวจที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในละแวกนั้นได้ทราบรูปพรรณสัณฐานของคนร้าย ก่อนจะกระจายกำลังกันติดตามตัวคนร้ายทันที ไม่นานก็ได้รับรายงานจาก จ.ส.ต.ยอดชาย แนวประเสริฐ สายตรวจจักรยาน ว่า สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ ที่ด้านหลังอาคารปส.ใกล้ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น พร้อมของกลาง

นายวัฒนะ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า พักอาศัยอยู่กับพ่อแม่ที่กรุงเทพฯ แต่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านของตา ที่ต.บ้านโต้น ก่อนหน้านี้ ประมาณ 1 ปี ตนได้รู้จักและพูดคุยติดต่อกับผู้หญิงวัยรุ่นคนหนึ่ง ซึ่งอยู่ในจ.ขอนแก่น ผ่านทาง MSN จนสนิทสนม และได้นัดพบกันในวันนี้ เมื่อพบกัน ผู้หญิงคนดังกล่าว ได้เอ่ยปากขอยืมเงินตน จำนวน 30,000 บาท โดยอ้างว่า จำเป็นต้องใช้เงิน ตนก็ให้ไปด้วยความสงสาร แต่แล้วมาดูอีกที ตนเหลือเงินแค่ 80 บาท ไม่มีเงินพอจะกลับบ้าน จึงก่อเหตุดังกล่าวเพื่อหาเงิน คืนมา