
ฝ่ายค้านเสียหายมากกว่าได้
การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในรัฐสภาโดยพรรคฝ่ายค้านได้สิ้นสุดลงแล้ว โดยรัฐบาลได้เสียงไว้วางใจแบบไร้ปัญหา นอกจากจะเป็นไปด้วยการเลือกข้างใครข้างมันแล้ว
การอภิปรายครั้งนี้ได้แสดงให้เห็นชัดถึงวุฒิภาวะของบุคคลซึ่งเป็นผู้แทนราษฎร หรือเรียกในกลุ่มพวกเดียวกันเองว่าเป็น “ผู้ทรงเกียรติ” ประชาชนได้รับรู้ว่าแท้ที่จริงแล้วส่วนหนึ่งของ ส.ส.นั้น ทรงคุณวุฒิและทรงเกียรติสมกับตำแหน่งหรือไม่
ความอัปลักษณ์แสดงให้เห็นความถ่อย ด้อยสติปัญญา ไร้ภูมิความรู้และวุฒิภาวะ คือการกล่าวคำหยาบคายเกี่ยวกับของลับ และยังแสดงด้วยการชี้นิ้ว เท่ากับกว่าการมีปริญญาสูง หรือวุฒิการศึกษามากอย่างไร ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นเป็นคนดี มีคุณธรรม หรือจริยธรรม สมบัติของผู้ดีวิญญูชน แต่เป็นพฤติกรรมสมควรถูกประณามและจารึกชื่อไว้ว่าเป็นผู้สร้างความเสื่อมเสียต่อสถาบัน
การอภิปรายครั้งนี้แสดงให้เห็นความแตกต่างของการนำเสนอข้อมูลของทั้งสองฝ่าย ทั้งกิริยา วาจา ท่วงท่า ความพร้อม และความน่าเชื่อถือ ประชาชนเห็นได้ชัดว่าผู้อภิปรายฝ่ายค้านยังใช้วิธีการเดิมๆ คือการส่งเสียงดัง ก้าวร้าว เป็นลักษณะของการหลอกด่าฝ่ายตรงข้าม เนื้อหาสาระไม่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดิน เอาเรื่องเก่าๆ มาพูด ผู้ถูกเอ่ยชื่อไม่อยู่ในสภา ประชาชนไม่รู้จัก แต่เพียงเล่ห์เหลี่ยมเพื่อลากคนอื่นหรือเป้าหมายของการอภิปรายให้มาเกี่ยวข้องเท่านั้น
การชี้แจงของผู้ถูกอภิปรายนั้นได้สร้างมาตรฐานใหม่ นั่นคือการควบคุมอารมณ์ การพูดจา การใช้ภาษา และปราศจากการต่อล้อต่อเถียง สร้างความแตกต่างให้เห็นความเหนือชั้น การพัฒนา ความทันสมัยด้านความคิด และความเป็นผู้เจริญ ห่างจากพฤติกรรมการเมืองแบบน้ำเน่าอย่างที่เคยเป็นมาและผู้อภิปรายฝ่ายค้านบางรายยังยึดติดโดยไม่เปลี่ยนแปลง
การสอบถามความคิดเห็นของประชาชนยังยืนยันว่าฝ่ายค้านพ่ายแพ้ในด้านความน่าเชื่อถือ ข้อมูลและพฤติกรรม สมควรที่ต้องประเมินความเสียหายแม้จะหวังผลสูง เป็นการปูทางให้เพิ่มการกดดันนอกสภาโดยมวลชนเสื้อแดงพวกเดียวกันกับฝ่ายค้าน เพราะเห็นได้ชัดว่าการอภิปรายเท่ากับเป็นการเพิ่มความน่าเชื่อถือของซีกรัฐบาล นั่นหมายความว่าผู้ที่หวังล้มรัฐบาลนั้นต้องผิดหวัง และต้องพึ่งวิธีการอื่นๆ เช่น การสร้างความวุ่นวายโดยมวลชน และสร้างความรุนแรงเพื่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง
การเมืองไทยยังต้องรอการเร่งปฏิรูป การเฟ้นตัวผู้แทนหาคนมีคุณภาพ จริยธรรม มีจิตสำนึกในการรับใช้ผลประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง เพราะพรรคการเมืองบางประเภทยังเป็นกลุ่มแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ ดังจะเห็นได้จากโครงการต่างๆ และข้อครหาในการแบ่งปันเงินงบประมาณทั้งในลักษณะโจ่งแจ้งและแฝงเร้น
บทบาทของการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเมือง และกำกับควบคุมดูแล คัดสรร เลือกนักการเมืองจึงสำคัญเป็นอย่างมากในการเลือกคนดีให้เข้าสู่สภา ซึ่งต้องการปฏิรูปการศึกษาและระบบคุณธรรมทุกด้าน เพื่อเน้นการซื่อสัตย์ สุจริต



