
ประจำวันที่ 23 มี.ค.
** อุทัยรัตน์ ชัยประเสริฐ ที่ปรึกษา รมว.ยุติธรรม เรียกหัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์จากทุกกรมกองในสังกัด มานั่งระดมสมองเตรียมจัดงานครบรอบวันสถาปนากระทรวง 117 ปี
หลายต่อหลายครั้ง มุ่งหวังเปิดตัวดึงผู้คนจากทั่วทุกสารทิศมาร่วมงานเฉลิมฉลองให้ยิ่งใหญ่กว่าปีก่อนๆ โหมโรงกันตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 22 มี.ค. "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน ซึ่งจัดขึ้นที่หอศิลปวัฒนธรรม กรุงเทพฯ **
** ตามติดมาด้วยกิจกรรมในวันจันทร์ที่ 23 มี.ค.นี้ มีการสัมมนาวิชาการเรื่อง "ยุติธรรมในความคาดหวังของประชาชน" โดยงานจัดขึ้นที่โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ ถ.รัชดาภิเษก มีการเชิญ "บิ๊กตุ๋ย" พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เจ้ากระทรวงมาปาฐกถาเรื่องการอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชน และปิดท้ายรายการด้วยหัวข้อ "การเมืองกับการสร้างความยุติธรรม" ของ รศ.ปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกฯ **
** บ่นกันงึมงำเป็น "หมีกินผึ้ง" ว่ารัฐมนตรีกระทรวงตาชั่งพร้อมทีมงานที่ปรึกษาทำตัวประหนึ่งเป็นกรรมาธิการงบประมาณ ตัดลดงบประมาณของทุกหน่วยงานในสังกัดกระจุยกระจาย อย่างนี้เห็นทีกว่าจะตกผลึกเป็นตัวเลขกลมๆ เป็นงบประมาณสำหรับปี 2553 ท่าจะหืดจับ บรรยากาศช่างคล้ายกับสมัยที่ "ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์" มือปราบไม้บรรทัด มานั่งคุมกระทรวงยุติธรรม แต่แรงกระเพื่อมของคลื่นใต้น้ำในกระทรวงเลือกก่อตัวเงียบๆ ต่างจากยุคที่มี "สมชาย วงศ์สวัสดิ์" เป็นปลัดกระทรวงอย่างสิ้นเชิง **
** หลังจากซุ่มเงียบแกะรอยเครือญาติของ "ขุนส่า" ราชายาเสพติดระดับโลกมานานนับเดือน พ.ต.อ.ดุษฎี อารยะวุฒิ รองอธิบดีดีเอสไอ ก็ถือฤกษ์วันอภิปรายไม่ไว้วางใจ โชว์ผลงานจับกุมแกนหลักในการผลิตเฮโรอีน ยาไอซ์ และยาบ้าส่งขายทั่วโลก พร้อมยึดทรัพย์สินกว่าร้อยล้านบาท ภายในตู้เซฟอัดแน่นไปด้วยเงิน ทอง นาฬิกาหรู สนนราคาเรือนละ 2 ล้านบาท ผลงานชิ้นนี้ทำเอา "บิ๊กตุ๋ย" ยิ้มแป้น เพราะรัฐบาลเพิ่งประกาศนโยบายปราบปรามยาเสพติดไปเพียง 2 วัน ก็มีคดีเด็ด จับได้โดยละม่อมไม่ต้อง "ฆ่าตัดตอน" **
** เสร็จศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ข้าราชการซีสูงในกระทรวงตาชั่งต้องนั่งลุ้นเกม "เก้าอี้ดนตรี" ในวาระแต่งตั้งโยกย้ายที่กำลังจะมาเยือน แว่วว่าคนในค่ายสะตอต้องการผลักดัน กิตติ ลิ้มชัยกิจ รองปลัดสำนักนายกฯ ให้ออกมาเป็นหัวหน้าส่วนราชการอีกครั้ง ก่อนจะเกษียณอายุราชการในเดือนตุลาคมนี้ ส่วนแรงผลักจะส่งออกไปที่กรมใดยังต้องจับตากันต่อไป รอบนี้ทั้ง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อธิบดีดีเอสไอ กับ นัทธี จิตสว่าง อธิบดีกรมคุก ต้องลุ้นหนักกว่าใคร เพราะรายแรกคุมกรมแห่งอำนาจ ส่วนรายหลังคุมกรมที่เป็นแหล่งผลประโยชน์ **



